Beretta 686 E ลูกซองแฝดสายประหยัด ที่หลายคนมองข้ามไป

เมื่อหนึ่งปีเศษมาแล้ว ผมได้พบกับเพื่อนนักกีฬายิงเป้าบินจากมาเลเซีย
ก็เป็นธรรมดาครับ เมื่อนักนิยมปืนพบกัน ก็นั่งคุยเรื่องปืนกันทั้งวัน
เพื่อนจากมาเลเซียผู้นี้กล่าวถึง Beretta 686 E บอกว่าเป็นปืนที่ราคาประหยัดกว่า Beretta 682 Gold E อยู่พอสมควร
และน่าจะเหมาะสมกับนักยิงปืนน้องใหม่ ที่อยากยิงเป้าบิน แต่อยากเริ่มต้นด้วยปืนราคาประหยัด

ถ้าใครได้เคยเห็น Beretta 682 Gold E มาแล้ว ลองดู Action ของ 686 E สักหน่อยซิครับ

Beretta 686 E กระบอกนี้ เป็นปืน trap ครับ ใส่ Forend แบบ Beavertail ตามมาตราฐานของปืน trap ครับ

Side Rib ของ 686 E เป็นแบบทึบ ไม่มีช่องระบายอากาศ ทำมาแบบเดียวกับปืนตระกูล 687 Silver Pigeon

ไกธรรมดา ปรับไม่ได้ แบบเดียวกับ 687 Silver Pigeon

พานท้ายแบบปรับได้ memory system เหมือนใน 682 Gold E

Lever เปิดปืน และปุ่มเซฟ เป็นแบบเดียวกับ 682 Gold E

ลาย checker ลายเดียวกับ DT10 แต่ 686 E ไม่มีอุ้งมือ Palmswell ครับ

ลาย checker ลายเดียวกับ DT10 แต่ 686 E ไม่มีอุ้งมือ Palmswell ครับ

ด้านล่าง ระบุรุ่น 686 E

โกร่งไก เหมือนของ 682 Gold E เลยครับ

Recoil Pad แบบเดียวกับ 682 Gold E

Beretta 686 E ถูกผลิตออกมาขายหลายปีแล้วนะครับ แต่พวกเราคนไทยมองข้ามไปกันหมด
ทุกคนอยากใช้ปืนแบบเดียวกับมือปืนระดับแชมป์ใช้กัน ผมเองก็มองข้าม 686 E ไปเหมือนกัน
ที่เป็นดังนี้ ก็เพราะพวกเรารู้จักกันแต่ Beretta 682 และ DT10 ซึ่งปืนแข่งทั้งสองรุ่นมีราคาสูงขึ้นทุกปี
นานปีเข้า ราคาที่เคยย่อมเยาว์ของ 682 Gold E ชักจะกลายเป็นสูงไปหน่อยสำหรับใครหลายๆคน
Beretta เลยผลิตรุ่นราคาเยาว์ออกมาทำตลาดบ้าง 686 E มีทั้งรุ่น trap, skeet และ sporting นะครับ
อุปกรณ์หลัก มีมาให้เช่นเดียวกับปืนแข่ง 682 Gold E เกือบจะทุกอย่าง โดยใช้ชิ้นส่วนเดียวกันเลย
อ้อ  ผมพบว่า มีอะไหล่ ไกแบบปรับได้ของ Gold E ขายด้วยนะครับ สามารถซื้อมาใส่แทนไกธรรมดาได้

พ่อค้าอาวุธ 5 เรื่องน่าสนใจจากงานแสดงอาวุธนานาชาติในไทย

Defense and Security 2019 ตั้งแต่วันที่ 18-21 พ.ย.ที่ผ่านมาภายใต้แนวคิด "พลังแห่งความร่วมมือ" หรือ The Power of Partnership จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 8

ที่มาของภาพ,WASAWAT LUKHARANG/BBC THAIคำบรรยายภาพ,

Defense and Security 2019 ตั้งแต่วันที่ 18-21 พ.ย.ที่ผ่านมาภายใต้แนวคิด “พลังแห่งความร่วมมือ” หรือ The Power of Partnership จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 8

งานแสดงอาวุธนานาชาติที่เมืองทองธานี ที่เพิ่งจบไปเมื่อ 21 พ.ย. สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของหลายชาติที่พัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธจนสามารถส่งขายต่างแดนได้ หนึ่งในนั้นคือ เมียนมา

พิธีเปิดงานแสดงอาวุธนานาชาติ Defense and Security 2019 ที่เมืองทองธานี เมื่อ 18 พ.ย. เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ รัฐมนตรีกลาโหม 10 ชาติอาเซียนที่อยู่ระหว่างการประชุมในไทย มาร่วมชมการสาธิต ปฏิบัติการทางทหารในการต่อต้านการก่อการร้ายสากล และ การบรรเทาสาธารณภัย ที่ลานทะเลสาบ เมืองทองธานี

การแสดงดังกล่าวได้นำเสนอยุทโธกรณ์ที่ผลิตขึ้นด้วยฝีมือคนไทย โดย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) และ บริษัทเอกชนของไทย

ถ้าไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องยุทโธปกรณ์ หรืออยู่ในแวดวงกองทัพ น้อยคนนักจะทราบว่าประเทศไทยมีการจัดงานนิทรรศการอาวุธมานานแล้ว ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาในชื่องาน Defense Asia จนกระทั่งปัจจุบันมีการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ภายใต้ชื่อ Defense and Security 2019 ตั้งแต่วันที่ 18-21 พ.ย.ที่ผ่านมาภายใต้แนวคิด “พลังแห่งความร่วมมือ” หรือ The Power of Partnership แต่ก็ถือเป็นปีแรกที่มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการประกาศว่าเป็นงานแสดงยุทโธปกรณ์เทคโนโลยีด้านการทหาร ขีปนาวุธ รถถัง อาวุธนำทาง รถหุ้มเกราะ เรือเดินทะเล เรือดำน้ำ ดาวเทียมโทรคมนาคม รวมถึงอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ภายในงาน

เพจเฟซบุ๊กของผู้จัดงานระบุว่า ภายในงานมีผู้ผลิตชั้นนำกว่า 500 บริษัท จาก 60 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม มีการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหาร โดยในปีนี้งานเน้นไปที่ความร่วมมือและการสร้างสัมพันธ์ทางธุรกิจของภาครัฐและภาคเอกชนทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ ตามนโยบายส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัฐบาลไทย

บีบีซีไทย สรุปความน่าสนใจของงานนี้ ออกมาเป็น 5 เรื่อง คือ

1) ตุรกี และ จีน มาแรง

ผู้จัดงาน ระบุว่า บนเนื้อที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ตุรกี และ จีน มีพื้นที่แสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุด โดย ตุรกี นำเสนอยุทโธปกรณ์หลากหลาย เช่น อากาศยานไร้คนขับ รถหุ้มเกราะ อาวุธนำวิถี เรือรบ เป็นต้น ถือเป็นประเทศที่ขึ้นมาอยู่ในลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

รองลงมาคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ส่ง NORINCO รัฐวิสาหกิจผลิตอาวุธหลากชนิดของจีน และ China State Shipbuilding Corporation หรือ CSSC เข้าร่วมงาน โดยมี พล.อ.เว่ย เฟิ่งเหอ รมว.กลาโหม จีน ซึ่งเข้าร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนและคู่เจรจา เดินทางมาชมพาวิลเลี่ยนของชาติตนเองอย่างสนใจhttps://bbc.com/ws/av-embeds/cps/thai/thailand-50534920/p05w7lqg/thคำบรรยายวิดีโอ,

กองทัพบกจัดการทดสอบสมรรถนะของรถถัง VT4 สัญชาติจีน

NORINCO คือผู้ผลิตรถถัง VT-4 และ รถเกราะล้อยาง VN-1ที่กองทัพบกของไทยจัดหาเข้าประจำการ ส่วน CSSC คือผู้ต่อเรือเรือดำน้ำ S26Tและ เรือยกพลขึ้นบก หรือ LPD Type 071E ที่กองทัพเรือไทยจัดหาเข้าประจำการ

2 สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำในตลาดอาวุธโลก

สหรัฐฯ ยังถือว่าเป็นมหาอำนาจทางด้านความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของยุทโธปกรณ์ และยังให้ความสำคัญกับงานนี้ โดย นาย ไมเคิล ฮีท อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เป็นประธานตัดริบบิ้นเปิดพาวิลเลี่ยนในงานและ ได้เดินชมนิทรรศการอย่างสนใจ เว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐฯ ได้นำภาพกิจกรรมของ อุปทูตสหรัฐฯ เผยแพร่ โดยระบุว่า สหรัฐฯ แสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความร่วมมือ และความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจในภูมิภาค การจัดการภัยพิบัติ ความมั่นคงไซเบอร์ การต่อต้านก่อการร้าย ยุทโธปกรณ์ ทางฝ่ายการพาณิชย์ของสถานทูตสหรัฐฯ จึงเป็นตัวแทนบริษัทสหรัฐฯ เพื่อแนะนำวิธีทำธุรกิจในภูมิภาคนี้

3. เมียนมา ผู้ค้าหน้าใหม่ของงานนานาชาติ

พื้นที่แสดงของเมียนมา ใช้ชื่อว่า Myanmar Defense Industry เป็นน้องใหม่ในวงการที่เข้ามาเปิดตัวครั้งแรก ทั้งที่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเมียนมาเกิดขึ้นมานานแล้วและผู้จัดงานได้เชิญไปหลายครั้งแต่เพิ่งเข้าร่วมในครั้งนี้ ยุทโธปกรณ์ที่นำมาแสดงที่เมียนมาผลิตได้เอง ได้แก่ ปืนเล็กยาว ปืนพก ปืนกล กระสุน

โดยปัจจุบันเมียนมามีโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 20 โรงงาน มีเจ้าหน้าที่รวมถึง 2.5 หมื่นคน มีขีดความสามารถในการผลิตกระสุนตั้งแต่กระสุนปืนเล็กไปจนถึงปืนใหญ่ ยานยนต์ทางทหาร เรือรบ และการซ่อมบำรุงอากาศยาน

ภายในงาน

เพจเฟซบุ๊ก ThaiArmedForce.com อ้างคำให้สัมภาษณ์ของพันเอก เน โม โค เสนาธิการประจำสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก ว่า การมาเข้าร่วมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของเมียนมาที่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมาตั้งแต่ปี 1949 หรือ1 ปีหลังจากได้รับเอกราช และมีนโยบายที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าทั้งกองทัพและรัฐบาลจะผลักดันและสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตั้งแต่ต้น

ปัจจุบันเมียนมามีโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 20 โรงงาน มีเจ้าหน้าที่รวมถึง 2.5 หมื่นคน มีขีดความสามารถในการผลิตกระสุนตั้งแต่กระสุนปืนเล็กไปจนถึงปืนใหญ่ ยานยนต์ทางทหาร เรือรบ และการซ่อมบำรุงอากาศยาน

4 โดรน โดน ใจ ตอบโจทย์ ภัยคุกคาม

อากาศยานไร้คนขับ Unmanned Aerial Vehicle ( UAV) หรือ drone เป็นเทรนด์ของโลกที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับกับภัยคุกคามในหลายรูปแบบ จากภารกิจทาทหารในการเข้าสู่พื้นที่อันตราย ค้นหา สอดแนม ถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อป้องกันการสูญเสียของกำลังพลในกองทัพ แต่ปัจจุบันโดรนได้นำไปใช้แพร่หลายในภารกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานด้านสงคราม ข้ามเส้นไปยังงานด้านธุรกิจ และเชิงพาณิชย์ มากขึ้น

อากาศยานไร้คนขับ UAV RTAF U1 เพิ่งเปิดตัวไปโดยกองทัพอากาศ ซึ่งระบุว่า ออกแบบและผลิตเองโดยคนไทย 90%

อากาศยานไร้คนขับ UAV RTAF U1 เพิ่งเปิดตัวไปโดยกองทัพอากาศ ซึ่งระบุว่า ออกแบบและผลิตเองโดยคนไทย 90%
คำบรรยายภาพ,UAV RTAF U1 เพิ่งเปิดตัวไปโดยกองทัพอากาศที่ระบุว่า ออกแบบและผลิตเองโดยคนไทย 90%

การพัฒนา UAV เพื่อใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง มีการพัฒนา และ ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการเชื่อมต่อ หลายประเทศได้คิดค้นนวัตกรรมเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับเป็นจำนวนมากสำหรับในงานนิทรรศการครั้งนี้ พื้นที่แสดงสินค้าของอิสราเอลได้รับความสนใจค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับ จีน ที่พัฒนาศักยภาพของ UAV ไปไกล ซึ่งขณะนี้กองทัพเรือของไทยกำลังมองหา UAV เข้าประจำการ โดยมีขีดความสามารถในการลาดตระเวนทางทะเล เน้นการปฏิบัติทางทหารเต็มรูปแบบ สามารถใช้งานได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน คาดว่า กองทัพเรือจะให้น้ำหนักกับผู้ผลิตจากจีน

ขณะที่ กองทัพอากาศไทย เพิ่งเปิดตัว UAV RTAF U1 ที่กองทัพอากาศเพิ่งเปิดตัวด้วยคุณสมบัติ ออกแบบและผลิตเองโดยคนไทย 90% ภายใต้แนวคิดเทคโนโลยีพึ่งพาตัวเอง และได้มีการนำมาแสดงในงานนี้ด้วย

ไม่มีเนื้อหานี้ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

5“นิคมอาวุธ” ในไทย ?

ในงาน Defense and Security2019 นอกจาก สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) แล้ว ยังมี บริษัทไทยที่เข้าแสดงยุทโธปกรณ์ ได้แก่

  • บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ผู้ผลิตยานยนต์หุ้มเกราะ
  • บริษัท RV Connex จำกัด ผู้ผลิตและพัฒนา UAV แบบ RTAF U 1
  • บริษัท มาร์ซัน จำกัด อู่ต่อเรือ ซึ่งต่อเรือรบให้กับกองทัพเรือมาแล้วหลายลำ
  • บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ที่คลุกคลีในแวดวงรถบรรทุกพ่วง คือ น้องใหม่ของวงการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
  • บริษัท ดาต้าเกท จำกัด ตัวแทนในโครงการจัดหายานเกราะล้อยางจากยูเครน
  • บริษัท ดีอาร์ซี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารของไทย ที่มีผลงานการพัฒนาระบบสื่อสารและวิทยุทางทหาร สามารถพบกับผลงานได้ที่บูท

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ผ่านมาใช้เพื่อการสงครามแต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่นก่อการร้าย ภัยพิบัติ ซึ่งทุกประเทศกังวลในการรับมือกับภัยคุกคามที่ท้าทายนี้ เพราะรับมือเพียงลำพังไม่ได้ เกิดเป็นความคิดว่ายุทโธปกรณ์ที่มีอยู่นอกจากรับมือในการป้องกันประเทศแล้วต้องใช้ในการช่วยเหลือประชาชน จึงต้องพัฒนาอุตสาหกรรมประเทศ ในลักษณะแสวงหาความร่วมมือกัน รัฐบาลจึงผลักดันให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายตัวที่ 11 ซึ่งกระทรวงกลาโหมมีเป้าหมายในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขึ้นด้วยการแสวงหาความร่วมมือในและนอกประเทศ

บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ผู้ผลิตยานยนต์หุ้มเกราะที่จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก
คำบรรยายภาพ,บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ผู้ผลิตยานยนต์หุ้มเกราะที่จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การแสวงหาความร่วมมือนั้นไม่ใช่แค่การซื้อเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพึ่งพาตัวเองด้วย การ วิจัย พัฒนาต้นแบบ รับรองมาตรฐาน ร่วมทุนผลิต นำไปสู่การผลิตและจำหน่าย เป็นลักษณะใช้ควบคู่ คือ ใช้ทางด้านการทหาร และทางการพาณิชย์ด้วย พร้อมส่งเสริมให้เอกชนให้เข้มแข็ง

“ในอนาคตเรามีแผนที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในอีอีซี เป็นศูนย์กลางในภูมิภาค ที่ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ผลิตยุทโธปกรณ์ที่ใช้ทางทหาร และ ที่ไม่ใช้ในทางทหาร และยังใช้เป็นศูนย์ซ่อม เพราะไทยอยู่ในภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ และทุกประเทศก็มีอาวุธประจำการอยู่แล้ว ถ้าไทยจัดตั้งนิคมฯ ตรงนี้ขึ้นก็จะเป็นศูนย์กลางของฐานการผลิต และซ่อมสร้างที่สำคัญรองรับ “

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการเดินหน้าพัฒนางานด้านนี้ เรายังพบว่ามีปัญหาในกระบวนการร่วมทุน และ จัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ เพราะข้อกฎหมายยังไม่สามารถทำได้ในขณะนั้น เพราะยังไม่มี พ.ร.บ.อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ แต่ตอนนี้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว เรามีสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ ดีทีไอ หน่วยงานที่แสวงหาความร่วมมือในการร่วมทุน ผลิตเพื่อจำหน่าย ขั้นตอนต่อไปคือการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่ จ.ชลบุรี

ภายในงาน

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า แนวทางนี้จะทำให้การจัดงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธลดลง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการซื้อเลย เพราะของที่ซื้อก็ต้องซื้อ เพราะเราไม่สามารถทำเองได้ โดยเฉพาะยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย แต่ซื้อมาแล้วต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี วิจัย ต่อยอด เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือสื่อสารสามารถเชื่อมต่อกับมิตรประเทศได้ เพื่อตอบสนองการฝึกร่วมที่สำคัญ เช่น คอบร้าโกลด์ สามารถเชื่อมโยงระบบ และการสื่อสารกันได้ แต่ภาพรวมของการจัดหาอาวุธของไทยขอย้ำว่าเป็นการประเมินตามภัยคุกคามขั้นต่ำ ต้องมีกำลังที่เหมาะสมเพียงพอในการรับมือ ใช้ศักยภาพหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วระงับยับยั้งไว้ได้ตั้งแต่ชายแดน ไม่ทำให้เกิดเหตุบานปลาย

ตำรวจและปืน

ตำรวจลำปาง ระดมกำลังกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลซ่องสุมอาวุธปืน อาชญากรรม และยาเสพติด

ตำรวจลำปาง ระดมกำลังกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลซ่องสุมอาวุธปืน อาชญากรรมต่างรวมไปถึงยาเสพติดและผู้ที่มีหมายจับค้าเก่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลงสามารถ ตรวจยึดอาวุธปืนได้ถึง 33 กระบอก ยาเสพติดจำนวนหนึ่งผู้ต้องหารวมกว่า 151 คนตามข้อสั่งการของ ผบ.ตร.ในการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง สนับสนุนให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนั้น

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรทุกหน่วยในสังกัด ระดมกวาดล้าง เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง ผู้ที่อาจทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และอาชญากรรม ในเขตพื้นที่รับผิดชอบก่อนการเลือกตั้ง ห้วงวันที่ 27 พฤษภาคม ถึง วันที่ 4 มิถุนายน 2563 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง โดย พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พ.ต.อ.รังสิต โลไทยสงค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง, พ.ต.อ.พิทักษ์ นาสมวาส รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง, พ.ต.อ.อัครินทร์ กาสา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด ลำปาง และ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ทุกแห่ง มีผลการปฏิบัติ ดังนี้ แถลงผลการปฏิบัติงานการจับกุมและตรวจยึด อาวุธปืน 33 กระบอก ชนิด/ประเภท ปืนแก๊ป 18 กระบอก 14 ลูกซอง ระเบิด 1 ลูก ผู้ต้องหา 27 คน ยาเสพติดยาบ้า 10,172 เม็ด ผู้ต้องหา 118 คน จับตามหมายจับ 8 คน รวมผู้ต้องหา 151 คน

พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ที่ใกล้จะถึงให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ไม่หวังดีต่าง ๆ รวมไปถึงกวาดล้างกลุ่มมือมือกลุ่มผู้มีอิทธิพล รวมไปถึงการเตรียมการก่อเหตุต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป จึงได้ระดมกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จะยังคงเดินหน้ากวาดล้างจับกุมไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้ง ให้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่หาเสียงเรื่องการจราจร ให้บุคคลที่จะรับสมัครเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองที่ได้ร้องขอเข้ามา พร้อมกับเน้นย้ำให้สายตรวจและตำรวจชุมชนในพื้นที่ คอยดูแลตรวจตราเป็นประจำ เพื่อป้องกันบุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้ามาในพื้นที่จังหวัด

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพิ่มความเข้มในการออกตรวจตรา และกวาดล้างอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะมือปืนรับจ้าง และให้หาข่าว ความเคลื่อนไหว ความขัดแย้งของกลุ่มต่างในพื้นที่ เขตที่มีการเลือกตั้งซ่อมเบื้องต้นสถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วไปยังคงปกติเรียบร้อยเป็นอย่างดี

ตำรวจเม็กซิโกจับกุมหัวหน้าแก๊ง “ผู้หญิงมีหนวด” ยึดของกลางเป็นยาไอซ์ และ “ปืนทอง”

ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งในเม็กซิโกเลย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวหัวหน้าแก๊ง Las Bigotonas หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ผู้หญิงมีหนวด’ (The Women With Moustaches)

จากข่าวในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2020 กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเม็กซิกัน สามารถจับกุมนาย Victor Ivan N (นามแฝง El Yori) ได้สำเร็จ พร้อมด้วยของกลางเป็นยาเสพติดและอาวุธปืน

แก๊งผู้หญิงมีหนวดนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในแก๊งผิดกฎหมายที่มีฐานที่มั่นอยู่ในเมือง Tehuacán และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นปล้นทรัพย์ ค้ายา ค้าอาวุธ

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะจากรายงานยังระบุอีกว่านาย Victor หัวหน้าแก๊งที่ถูกจับกุมตัวในครั้งนี้ เขายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมอีกหลายต่อหลายคดีเลยด้วย

ในการจับกุมนั้นตำรวจก็ได้ยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 38 ถุง

และอาวุธปืน AR-15 สีทอง ประดับด้วยเพชรปลอม พร้อมด้วยกระสุน 20 นัด

พอเห็นของกลางแล้วมันก็ทำให้หลายๆ คนถึงกับตะลึงปนฮานิดๆ กับการที่ปืนของหัวหน้าแก๊งคนนี้เป็นสีทอง ซึ่งมันดูเหมือนว่าหลุดออกมาจากในเกมยังไงยังงั้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับโทษที่ชายคนนี้จะได้รับ โดยยังคงต้องรอดูการพิจารณาคดีในชั้นศาลต่อไป

ตำรวจเม็กซิโกจับกุมหัวหน้าแก๊ง “ผู้หญิงมีหนวด” ยึดของกลางเป็นยาไอซ์ และ “ปืนทอง”

เกี่ยวกับตำรวจและปืน

ร.ต.ท.ป่วยเครียดยิงตัวลาโลกคาป้อมจราจร กลางเมืองสมุทรสงคราม

ร.ต.ท.รองสว.จราจร ป่วยด้วยโรคเอสแอลอี แล้วเครียดติดสินใจปิดป้อมจราจรสี่แยกหน้าเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ก่อนยิงตัวลาโลก พร้อมเขียนจดหมายลาคนรอบข้าง บอกร่างกายสู้ไม่ไหว ไม่อยากเป็นภาระใคร

เมื่อเวลา 12.20น.วันที่ 3 พ.ย.62 ร.ต.อ.วรบูรณ์ บุญมาก รองสว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงครามพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุเจต นาคมมณี รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.อ.จุมพล สิกเสน ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม รายงานให้ ผู้บัญคับบัญชาทราบ เหตุการณ์ ที่ ร.ต.ท.สุริยะ เย็นผาสุก รองสว.งานจราจร สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้หายออกจากบ้านไปเมื่อเย็นวันที 16 พ.ย.62 ญาติได้ประกาศคนหายทางโลกออนไลน์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถ จยย.จราจรตราโล่ห์ หมายเลขทะเบียน 81204 จอดอยู่ข้างเสาธงในรั้วของสำนักงานเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม

ด้านนอกเป็นที่ตั้งป้อมยามจุดบริการจราจร ตรง4 แยก ประตูด้านในปิดล็อกกุญแจเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงใช้กุญแจเปิดประตูออกมมาถึงกับผงะ ศพส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง สภาพศพนอนหงาย มือขวาวางไว้บนอก มีบาดแผลถูกกยิงทีขมับขวา หัวกระสุนทะลุขมับซ้าย หัวกระสุนทะลุหมอน ข้างศพพบอาวุธปืนขนาด 9 มม .แบบออโตเมติก ตกอยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ห้ามทุกคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปถ่ายภาพเด็ดขาด โดยใช้ผ้าขาวกั้นตอนเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิสว่างเบญจธรรมนำศพออกมา


พ.ต.อ.จุมพล สิกเสน ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม กล่าวว่า ร.ต.ท.สุริยะ เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและชาวบ้านได้ดี สาเหตุที่ฆ่าตัวเองหนีปัญหา เนื่องจากป่วยเป็นโรค SLE (โรคแพ้ภูมิคุ้มกันของตัวเอง)เป็นโรคเดียวกับนพุ่มพวง อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง โดยศพจะนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าศพชันสูตรหาสาเหตุการตายอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ตายได้ใช้ฝากล่องกระดาษ เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน ไว้ข้างศพในป้อมบริการจราจร ตรง4 แยกหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม มีข้อความว่า “ ผมขอนมัสการขอโทษอาจารย์ พระสมุทร วชโสภณ ที่สั่งสอน แต่ร่างกายผมเดินต่อไปไม่ไหวจริงๆ ผมไม่อยากให้เป็นภาระของใคร ขอโทษ พี่ๆ แม่ น้องๆ ทุกคน ที่มีพี่ที่ไม่เอาไหน และชาวแม่กลอง ผมมีโอกาสดูแลได้เท่านี้ ดีบ้างเลวบ้าง ตามประสาคนทั่วๆไป “ ลงชื่อ ร.ต.ท.สุริยะ.

เครียดป่วยมะเร็ง ร.ต.อ.ยิงตัวตาย ทำหน้าที่พลขับ รอง ผบ.ตร.

สลด ร.ต.อ. ตำแหน่ง รองสว.กก.2 บก.สส.บช.น. เครียดป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปอด ใช้ปืนพก 9 มม.จ่อยิงขมับฆ่าตัวตายในรถ บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ ถนอมมิตรปาร์คคอนโด

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.ย.2563  ร.ต.ท.ปาฏิหาริย์ วัฒนประคัลภ์ รองสว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตายภายในรถยนต์ บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ ถนอมมิตรปาร์คคอนโด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คันนายาว  เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวชรรพ.ตร. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.ย.2563  ร.ต.ท.ปาฏิหาริย์ วัฒนประคัลภ์ รองสว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตายภายในรถยนต์ บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ ถนอมมิตรปาร์คคอนโด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คันนายาว  เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวชรรพ.ตร. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เครียดป่วยมะเร็ง ร.ต.อ.ยิงตัวตาย ทำหน้าที่พลขับ รอง ผบ.ตร.

ข่าวตำรวจ

ส.ต.อ.ซึมเศร้า-ฆ่าตัว ก่อนตายถูกแฟนถามทําไมถึงไม่ยอมซักผ้า

ส.ต.อ.ซึมเศร้า-ฆ่าตัว ก่อนตายถูกแฟนถามทําไมถึงไม่ยอมซักผ้า

ส.ต.อ.วัย 33 ปี สังกัด บก.จร.ใช้ปืนยิงตัวตายสยองในอพาร์ตเมนต์ซอยวิภาวดีฯ 60 แฟนสาวให้การกลับจากทำงานช่วงตี 2 เห็นผู้ตายนั่งเล่นอยู่ในห้องถามว่า “ทำไมไม่ยอมซักผ้า” คนตายตอบกลับมา “ตี 2 ครึ่งจะไปแล้ว” ก่อนใช้ปืนปลิดชีพ ตรวจประวัติพบผู้ตายมีภาระเลี้ยงดูลูกกับเมียเก่า ประกอบกับกู้เงินสหกรณ์ฯจนถูกหักเหลือใช้เดือนละ 2,000 บาท และเริ่มเก็บตัวเหมือนเป็นคนซึมเศร้าคาดเป็นปมปลิดชีพ เผยก่อนหน้า 2 วัน ร.ต.อ.สืบใหญ่นครบาล เครียดมะเร็งปอดยิงตัวตายในรถหน้าแฟลตตำรวจท้องที่ สน.คันนายาว

ตำรวจยิงตัวตายอีกแล้ว ล่าสุดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ร.ต.ท.พงศธร วชิรโชติกุล รอง สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุยิงตัวตายภายในรุ่งโรจน์อพาร์ตเมนต์ ซอยวิภาวดี 60 แยก 7 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.ตร.) แพทย์แผนกนิติเวช รพ.ภูมิพลฯ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักสูง 5 ชั้น ในห้องพัก ชั้น 4 พบศพ ส.ต.อ.สุริยา สุวรรณรัตน์ อายุ 33 ปีตำแหน่ง ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร. สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกง ขาสั้นสีแดง ที่บริเวณหว่างขาพบปืน 9 มม. ตกอยู่ ตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับด้านขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบปากคำแฟนสาวผู้ตายที่ยังอยู่ในอาการเศร้าโศกให้การว่า เลิกจากทำงานกลับมา ถึงห้องพักช่วงเวลา 02.00 น. พบผู้ตายนั่งเล่นอยู่ภายในห้อง ไม่สวมเสื้อ ได้ถามว่า “ทำไมถึงไม่ยอม ซักผ้า” ผู้ตายบอกเพียงว่า “ตี 2 ครึ่งจะไปแล้ว” ได้ถามไปว่าจะไปทำงานหรือไม่ แต่ผู้ตายไม่ตอบ ระหว่างที่ตนนั่งเอาพัดลมเป่าผม จู่ๆได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ตกใจหันไปมองเห็นแฟนหนุ่มใช้ปืนยิงตัวเอง นอนจมกองเลือด รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่อยู่ห้องข้างๆ

ขณะที่ญาติๆผู้ตายทราบข่าวเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยเปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่ 8 ก.ย. ผู้ตาย เพิ่งกลับบ้านที่ จ.สมุทรสาคร ไปกินข้าวกับพ่อแม่เห็นผู้ตายร่าเริงเป็นปกติ นิสัยส่วนตัวไม่ค่อยพูด เรื่องปัญหาส่วนตัวจะเก็บเอาไว้คนเดียว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกแฟนสาวของผู้ตายเข้าให้ปากคำอีกครั้ง ส่วนศพทางอาสาสมัครกู้ภัยฯได้นำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลภูมิพลฯ รอให้ญาติไปติดต่อรับศพบำเพ็ญกุศลต่อไป

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ตายเคยมีครอบครัวมาแล้ว มีลูกกับแฟนเก่าเป็นผู้ช่วยพยาบาลในต่างจังหวัด เลิกรากันแต่ยังต้องรับผิดชอบต้องเลี้ยงดูลูก ต่อมาผู้ตายมาอยู่กินกับแฟนคนปัจจุบัน ทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กร้านอาหาร ขณะเดียวกันผู้ตายได้กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ทำให้ถูกหักเงินเดือนเหลือใช้เพียง 2,000 บาท คาดว่าเป็นความเครียดสะสม ก่อนเกิดเหตุเก็บตัวคล้ายเป็นโรคซึมเศร้าก่อนก่อเหตุสลด

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 11 ก.ย. รับแจ้งเหตุข้าราชการตำรวจยิงตัวตาย ในห้องพักซอยวิภาวดี 60 แยก 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุพบศพ ส.ต.อ.สุริยา สุวรรณรัตน์ อายุ 33 ปี สังกัดงานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร. เสียชีวิต และพบปืน 9 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานเสียชีวิตมาจากฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นถึงสาเหตุการเสียชีวิตใดทิ้งไป ต้องรอผลชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตจากแพทย์และข้อมูลการสืบสวนสอบสวนต่างๆประกอบคดี

รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติผู้เสียชีวิตและได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาเร่งคลี่คลายปมการเสียชีวิตให้กระจ่างสิ้นข้อสงสัย ตลอดจนให้การช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับอย่าให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับไปยังผู้บังคับชาทุกหน่วย ให้คอยสอดส่อง ดูแลพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใต้บังคับบัญชา หมั่นให้ความใส่ใจ ซักถาม ทำความเข้าใจและดูแลช่วยเหลือกับปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ขอประชาสัมพันธ์ ข้าราชการตำรวจหรือญาติที่พบว่าข้าราชการตำรวจที่มีความเสี่ยงที่อาจก่อเหตุฆ่าตัวตาย ให้สังเกตสัญญาณเตือนที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ควรปรึกษาญาติหรือผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงาน และขอรับการรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้ที่ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2207-6144 หรือ 0-2207-6000 ต่อ 6144 และหมายเลข สายด่วน We Care โทร.06-3195-8001

สำหรับเหตุตำรวจฆ่าตัวตาย ก่อนนี้เมื่อค่ำวันที่ 9 ก.ย. ร.ต.อ.อนิรุท อนุฤทธิ์ รอง สว.กก.2 บก.สส.บช.น. อายุ 46 ปี คนสนิท พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา อดีตรอง ผบ.ตร.ใช้ปืนยิงตัวตายภายในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นซีเอชอาร์ สีเขียว ทะเบียน 7กธ 8569 กรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ ถนอมมิตรปาร์คคอนโด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ท้องที่ สน.คันนายาว สาเหตุเบื้องต้นเครียดจากโรคมะเร็งที่ปอด และต้องกินยารักษาตัวมาเป็นเวลานาน โดยผู้ตายบ่นปัญหาเรื่องนี้หลายครั้ง

Beretta 686 E ลูกซองแฝดสายประหยัด ที่หลายคนมองข้ามไป

เมื่อหนึ่งปีเศษมาแล้ว ผมได้พบกับเพื่อนนักกีฬายิงเป้าบินจากมาเลเซีย
ก็เป็นธรรมดาครับ เมื่อนักนิยมปืนพบกัน ก็นั่งคุยเรื่องปืนกันทั้งวัน
เพื่อนจากมาเลเซียผู้นี้กล่าวถึง Beretta 686 E บอกว่าเป็นปืนที่ราคาประหยัดกว่า Beretta 682 Gold E อยู่พอสมควร
และน่าจะเหมาะสมกับนักยิงปืนน้องใหม่ ที่อยากยิงเป้าบิน แต่อยากเริ่มต้นด้วยปืนราคาประหยัด

ถ้าใครได้เคยเห็น Beretta 682 Gold E มาแล้ว ลองดู Action ของ 686 E สักหน่อยซิครับ

Beretta 686 E กระบอกนี้ เป็นปืน trap ครับ ใส่ Forend แบบ Beavertail ตามมาตราฐานของปืน trap ครับ

Side Rib ของ 686 E เป็นแบบทึบ ไม่มีช่องระบายอากาศ ทำมาแบบเดียวกับปืนตระกูล 687 Silver Pigeon

ไกธรรมดา ปรับไม่ได้ แบบเดียวกับ 687 Silver Pigeon

พานท้ายแบบปรับได้ memory system เหมือนใน 682 Gold E

Lever เปิดปืน และปุ่มเซฟ เป็นแบบเดียวกับ 682 Gold E

ลาย checker ลายเดียวกับ DT10 แต่ 686 E ไม่มีอุ้งมือ Palmswell ครับ

ลาย checker ลายเดียวกับ DT10 แต่ 686 E ไม่มีอุ้งมือ Palmswell ครับ

ด้านล่าง ระบุรุ่น 686 E

โกร่งไก เหมือนของ 682 Gold E เลยครับ

Recoil Pad แบบเดียวกับ 682 Gold E

Beretta 686 E ถูกผลิตออกมาขายหลายปีแล้วนะครับ แต่พวกเราคนไทยมองข้ามไปกันหมด
ทุกคนอยากใช้ปืนแบบเดียวกับมือปืนระดับแชมป์ใช้กัน ผมเองก็มองข้าม 686 E ไปเหมือนกัน
ที่เป็นดังนี้ ก็เพราะพวกเรารู้จักกันแต่ Beretta 682 และ DT10 ซึ่งปืนแข่งทั้งสองรุ่นมีราคาสูงขึ้นทุกปี
นานปีเข้า ราคาที่เคยย่อมเยาว์ของ 682 Gold E ชักจะกลายเป็นสูงไปหน่อยสำหรับใครหลายๆคน
Beretta เลยผลิตรุ่นราคาเยาว์ออกมาทำตลาดบ้าง 686 E มีทั้งรุ่น trap, skeet และ sporting นะครับ
อุปกรณ์หลัก มีมาให้เช่นเดียวกับปืนแข่ง 682 Gold E เกือบจะทุกอย่าง โดยใช้ชิ้นส่วนเดียวกันเลย
อ้อ  ผมพบว่า มีอะไหล่ ไกแบบปรับได้ของ Gold E ขายด้วยนะครับ สามารถซื้อมาใส่แทนไกธรรมดาได้

1911 ฝีมือช่างไทยทำ ปพ.95 คุณค่าที่ถูกลืมเลือน

ปพ.95/03

ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 ทางกรมก็นำ ปพ.95 ที่ยังอยู่คงคลังกลับมาเปลี่ยนเข็มแทงชนวนให้เป็นแบบมีแป้นปิดท้าย
เหมือนโคลท์ที่แข็งแรงกว่าและถอดง่ายกว่าเพราะการถอดแบบของสตาร์นั้นต้องตอกศูนย์หลังออกก่อนด้วยจึงจะ
เอาเข็มแทงชะนวนออกมาได้ ซึ่งทางการต้องเปลี่ยนสไลด์ใหม่ทั้งหมดแล้วตั้งชื่อว่า “ปืนพกแบบ 95/03” (ปพ.95/03)
แปลว่าดัดแปลงใหม่ปี พ.ศ. 2503  การผลิตอีกแบบไม่ต่อเนื่องกระปิดกระปรอย ทราบว่าช่วงที่การปะทะกับ ผกค.
ยังรุนแรงคือ ปี พ.ศ. 2517-2520 ก็ยังมีการผลิตกันทีละชุดๆละ 120 – 200 กระบอก  ตามความทรงจำของช่างที่ทำ
คาดว่ามีเพิ่มอีกราว 1,500 กระบอกเท่านั้น ดังนั้นจึงพอนับว่า ปพ. 95/03 รุ่นปรับปรุงใหม่นี้เป็นของหาได้ยากอีกรุ่น
หนึ่ง  แต่ท่านเดายอดผลิตตามเลขประจำปืน (Serial Number) ไม่ได้นะครับเพราะทางกรมฯก็ผลิตปืนเลียนแบบ
M1911A1 หลังอ่อนที่เรียกว่า ปพ. แบบ 18 เรียงเลขพร้อมกันไปด้วยทำให้ ปพ.95/03 เช่นกระบอกที่นำมาทดสอบ
นี้มีเลขที่สูงถึง 10,400

คุณค่าที่ถูกลืม

มีช่างปืนรุ่นใหม่กระแนะกระแหนกันให้ได้ยินบ้างว่า ปืนไทยทำเหล่านี้สู้ฝรั่งไม่ได้ เครื่องมือก็เก่า 20-30 ปี แล้วมานั่ง
ตะไบกันอย่างกับปืนเถื่อนแถวอุทัยธานี ในช่วงที่อเมริกันส่งอาวุธใหม่ๆมาช่วย แถมยกเครื่องสายการผลิตกระสุนปืน
เล็กยาวให้ทันสมัยผลิตลูก .30-06 (ปลยบ.88) นั้นเป็นธรรมดาอยู่เองที่ของใหม่และฟรีเป็นที่พอใจคนหมู่มาก แนวคิด
ที่จะทำเอง ออกแบบเอง ซึ่งปลูกฝังกันมาตั้งแต่สมัยดิ้นรนไม่ให้เป็นขี้ข้าฝรั่งเมื่อปลาย ร.5 มาจนสิ้นสงครามโลกจึงค่อย
จางหายไปอย่างน่าเสียดาย จนทุกวันนี้ช่างแสงแปลงจากช่างผลิตมาเป็นแค่ช่างซ่อม งานยากเริ่มขาดทักษะทำไม่เป็น
กันแล้ว แต่น่าพิลึกว่าทุกวันนี้มีฝรั่งที่จ่ารู้จักนั่งศึกษาหาความเป็นมาของปืนของไทยกันไม่ใช่น้อย ส่วนมากก็ไอ้พวกที่
เคยมาช่วย ทบ. เราสมัยก่อนนั่นละ เจอะผลงานช่างแสงไทยก็ติดตาติดใจ ขณะที่ไทยเรากลับลืมไปหมดไม่มานั่งบันทึก
กันไว้บ้าง

คุณค่าของ ปพ.95/03 มิได้ลดลงไปเพียงเหตุว่าเราใช้เครื่องหรือใช้วิธีแสนโบราณทำ ค่าของมันอยู่ที่ความอุตสาหะ
และประนีตในการสร้างซึ่งได้หายไปจากช่างแสงรุ่นไหม่แล้ว  กอรปกับจำนวนผลิตที่ต่ำมากอันเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ของนักสะสม และผลการยิงที่เชื่อถือได้ต่างหาก ที่ทำให้จ่าชั้นผู้น้อยคนนี้พอใจ