หน่วยงานที่ทำงานสุ่มเสี่ยงกับการติดเชื้อ รวมทั่ง ตำรวจ จำเป็นต้องรับวัคซีน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.เอาข้อมูลมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาฉีดวัคซีนให้ข้าราชการตำรวจฉีดไปแล้ว 3 พันกว่านาย ตำรวจ จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับวัคซีนไปแล้วทุกนาย ขณะที่ บช.สตม. ฉีดวัคซีนให้กำลังพลไปแล้วประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

ตำรวจ บช.น. พื้นที่แพร่ระบาดสูงสุดขณะนี้ ได้รับวัคซีนแล้ว 1,894 นาย กำลังประสานขอวัคซีนฉีดเพิ่มอีก 4,000 นาย จากตำรวจนครบาลทั้งหมดประมาณ 23,000 นายส่วนภาพรวมระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ล่าสุดได้รับการจัดสรรวัคซีนมาอีก 1 หมื่นโดส ฉีดข้าราชการตำรวจได้ 5 พันนาย เน้นฉีดให้ตำรวจพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ผู้บังคับการแต่ละจังหวัดประสานตรงกับคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด ขอโควตาวัคซีนให้ตำรวจเพิ่มล่าสุด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ตั้งคณะทำงานจัดหาวัคซีน มอบหมายให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นหัวหน้า เพื่อจัดหาวัคซีนมาให้ผู้ปฏิบัติงาน

ตำรวจสหรัฐในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ยิงวัยรุ่นผิวสีถือมีด

สำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองโคลัมบัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่า สำนักงานตำรวจเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ เผยแพร่คลิปวิดีโอ เหตุการณ์เมื่อคืนวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น บันทึกจากกล้องติดหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังเหตุเกิดในชุมชนที่พักอาศัย ทางฟากตะวันออกของเมือง การตัดสินใจเผยแพร่คลิปอย่างรีบด่วน ถือเป็นการปฏิบัตินอกเหนือกฎระเบียบ เนื่องจากตำรวจทั่วสหรัฐ กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน หลังเกิดเหตุตำรวจสังหารคนผิวสีหลายครั้ง จนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ถึงขั้นจลาจล

คลิปวิดีโอขนาดความยาวเพียงแค่ 10 วินาที แสดงให้เห็นตำรวจซึ่งได้รับแจ้งเหตุทางสายด่วน 911 เดินทางไปถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง มีประชาชนยืนกลุ่มอยู่หลายคน โดยเด็กสาววัยรุ่นผิวสีถือมีดในมือ ทำท่าจะทำร้ายผู้หญิงอีก 2 คน ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนเล็งยิงไปที่ร่างของเด็กสาว 4 นัด ล้มลงนอนกองกับพื้น และมีมีดคล้ายมีดทำครัว หรือมีดหั่นเนื้อ ตกอยู่ข้างๆ ขณะที่ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ร้องตะโกนบอกตำรวจว่า “ยิงเธอทำไม เธอยังเด็ก ไม่เห็นหรือ”  และตำรวจตอบกลับไปว่า “เธอมีมีดในมือ และกำลังจะทำร้ายผู้หญิงคนนั้น”

มาดูข้อห้ามของตำรวจ ในการใช้โซเชียล

จากกรณีที่เป็นข่าว หญิงสาวคนหนึ่งลงคลิปใน TikTok ซึ่งถ่ายกับเฮลิคอปเตอร์ มีตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนทำให้เป็นที่วิพาวิจารณืเป็นอย่างมากกับความไม่เหมาะสม จึงทำให้พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานาน 3 ปี โดยตำรวจรายนี้เป็นหน้าห้องของ อดีตรอง ผบช.ภ.4 วันดังกล่าวได้ไปราชการกับผู้บังคับบัญชา แต่มีภรรยาติดตามไปด้วย ล่าสุด พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี

ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ไปปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยให้ขาดจากตำแหน่งและสังกัดเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดก็จะลงโทษทางวินัย

 ข้อ 9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็ต้องพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยตามระเบียบต่อไป

9 ข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจไม่ควรเผยแพร่

ย้อนกลับไปเมื่อ (11 มี.ค.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอตสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แถลงเปิดตัว “โครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ” เพื่อคู่มือแนะนำข้าราชการตำรวจทุกระดับให้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่เกิดประโยชน์และถูกต้อง หลังพบว่ามีข้าราชการตำรวจใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่เหมาะสม

  1. ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  2. ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  3. ข้อมูลที่มีเนื้อหาลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
  4. ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้
  5. ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใด ๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร
  6. ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง ในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
  7. ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน
  8. ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม ต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือมัลแวร์ทุกประเภท
  9. ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม

จับแล้ว ตำรวจเก๊ อาจเป็น รองอุ้ย

วันที่ 22 เม.ย.64 พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัทรพันธ์ พูลทวี และ พ.ต.ต.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายไพรวัลย์ หรืออ้วน โกมลสิงห์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลล้มละลายกลาง ที่ 1754/2563 ลงวันที่ 19 พ.ค. 63 ข้อหา “จงใจขัดขืนหมายเรียกของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นเหตุให้ขัดข้องต่อการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีล้มละลาย” จับได้ที่ลานจอดรถรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าชื่อ รองอุ้ย มาเปิดห้องพักที่รีสอร์ตใน ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ แล้วขอค้างค่าที่พัก พนักงานสอบถามพบพิรุธไม่สามารถบอกต้นสังกัด และไม่มีบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจมาแสดงให้ดู จึงได้แจ้งให้กองปราบปรามมาตรวจสอบ 

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบชายคนดังกล่าวตัดผมสั้นเกรียน ใส่เสื้อกั๊กสีดำ ลักษณะคล้ายกับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนอยู่บริเวณหน้ารีสอร์ต จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ เบื้องต้นทราบชื่อ นายไพรวัลย์ มีอาชีพเป็นเกษตรกรไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวและตรวจค้นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ขล 1319 เชียงใหม่ ของผู้ต้องหา พบชุดเครื่องแบบตำรวจประดับยศพันตำรวจตรี, หมวกแก๊ปหน้าหมวกปักตราแผ่นดิน ใต้ตราแผ่นดินปักตัวอักษรภาษาอังกฤษ ROYAL THAI POLICE กระบองไฟส่งสัญญาณ, ไฟฉาย, รองเท้าคัทชูสีดำ 2 คู่  จากนั้นจึงเข้าตรวจค้นห้องพัก พบชุดเครื่องแบบควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธรภาค 5 ประดับยศพันตำรวจตรี, กางเกงสีกากี, เครื่องแบบตำรวจ, เสื้อคุมแขนสั้นสีดำ ปักตราตำรวจภูธรภาค 5, วิทยุสื่อสาร, กระเป๋าถือ สีดำ ปักตราสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, หมวกหม้อตาลตำรวจ รวมทั้งสิ้น 11 รายการ 

ตำรวจติดโควิด-19 เพิ่มอีก 4 นาย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.64 พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษก ตร. เปิดเผยข้อมูลข้าราชการตำรวจติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.63 ถึง 14 เม.ย.64 เวลา 18.10 น. กลุ่มติดเชื้อเดิม 255 นาย ติดเชื้อใหม่ 259 นาย รักษาหาย 77 นาย อยู่ระหว่างรักษาตัว 182 นาย กลุ่มเสี่ยง กักตัวสะสม 5,552 นาย


ครบกำหนดกักตัว 3,927 นาย อยู่ระหว่างกักตัว 1,625 นาย รักษาตัวใน รพ.ตร. 78 นาย รักษาตัวใน รพ.อื่น 104 นายสำหรับผู้ติดเชื้อในแต่ละหน่วย แยกเป็น บช.น. 71 นาย บช.ภ.5 จำนวน 23 นาย บช.ก. 21 นาย บช.ภ.1 บช.ภ.2 และ บช.ตชด.หน่วยละ 8 นาย บช.ภ.3 และ บช.ภ.7 หน่วยละ 5 นาย บช.ทท. และ บช.สอท. หน่วยละ 4 นาย บช.ภ.6 และ บช.สตม. หน่วยละ 3 นาย บช.ภ.9, สพฐ.ตร., บช.ส., สกบ. และ สกพ. หน่วยละ 2 นาย บช.ภ.4 บช.ภ.8, บช.ศ., รพ.ตร., บช.ปส., สทส.สง.ก.ตร., บ.ตร. และ วน.หน่วยละ 1 นาย.

ร่างความตกลงระหว่างสำนักงานกลางตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ

โดยมีเรื่อง ร่างความตกลงระหว่างสำนักงานกลางตำรวจแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากลโดยตรง คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบร่างความตกลงระหว่างสำนักงานกลางตำรวจแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากลโดยตรง (ร่างความตกลงฯ) ทั้งนี้ หากก่อนการลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มเติมร่างความตกลงฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ให้กระทรวงยุติธรรมหารือกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ลงนามในความตกลง ฯ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ

ร่างความตกลงฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้1. วัตถุประสงค์

เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลองค์การตำรวจสากล จำนวน 9 ฐานข้อมูลได้โดยตรง 2. กรอบกฎหมายว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลโดยตรง

การเข้าถึงและการใช้ระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากลจะต้องเป็นไปตามกฎว่าด้วยการประมวลผลข้อมูลขององค์การตำรวจสากล และเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมและงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง รวมถึงไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์หรือความเป็นกลางขององค์การตำรวจสากล นอกจากนี้กฎหมายภายในของไทยไม่ได้ห้ามกรมสอบสวนคดีพิเศษในการเข้าถึงและการใช้ระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล 3. ขอบเขตของการเข้าถึงข้อมูลโดยตรง

3.1 การอ่านข้อมูล

ฐานข้อมูลที่ได้รับอนุญาตให้อ่าน

1. เอกสารการเดินทางที่ถูกขโมยหรือสูญหาย (Stolen and Lost Travel Documents ? STLD)

2. เอกสารราชการที่ถูกขโมย(Stolen Administrative Documents)

วิธีการเข้าถึง

  • eASF2
  • FIND
  • MIND
  • I – Batch

3. ภาพการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กระหว่างประเทศ(ICSE ? International Child Sexual Exploitation Images)

4. ระบบการจัดบันทึกและการติดตามอาวุธผิดกฎหมาย(Illicit arms records and tracing management system ? iARMS)

วิธีการเข้าถึง

  • I ? 24/7

5. เอกสารการเดินทาง (Edison TD)

6. ตารางหมายเลขอ้างอิงอาวุธปืนขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL Firearms Reference Table ? IFRT)

7. ฐานข้อมูลแจ้งเตือนระบบดิจิทัลขององค์การตำรวจสากลเกี่ยวกับเอกสารปลอมแปลง [The Digital INTERPOL Alert Library- Document (Dial ? Doc)]

วิธีการเข้าถึง

  • I ? 24/7
  • HTTPS

8. ระบบข้อมูลอาชญากรรมขององค์การตำรวจสากล [INTERPOL?s Criminal Information System (ICIS)]

วิธีการเข้าถึง

  • eASF2
  • FIND
  • I ? 24/7
  • I – Batch

9. ระบบข้อมูลกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL Ballistic Information Network ? IBIN)

วิธีการเข้าถึง

  • Dedicated network

3.2 การประมวลผลข้อมูล: จะต้องดำเนินการเพื่อความมุ่งประสงค์ในภารกิจงานตำรวจและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นการเฉพาะเท่านั้น 4. พันธะหน้าที่

ตำรวจสากลกรุงเทพ

1. รับผิดชอบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ดำเนินการโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงกำหนดและให้สิทธิส่วนบุคคลในการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

2. ต้องแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบเกี่ยวกับกฎ วิธีการดำเนินการ และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับกรมสอบสวนคดีพิเศษในการเข้าถึงและการประมวลผล

3. ข้อจำกัดของการเข้าถึงที่ตำรวจสากลกรุงเทพได้กำหนดไว้กับบรรดาสำนักงานตำรวจกลางแห่งชาติหรือหน่วยงานระหว่างประเทศอื่น ๆ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ

1. ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าถึงที่ตำรวจสากลกรุงเทพกำหนดไว้

2. ต้องแจ้งให้ตำรวจสากลกรุงเทพทราบถึงการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ซึ่งมีผลต่อสิทธิในการเข้าถึงส่วนบุคคลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับอนุญาต

3. ต้องแจ้งให้ตำรวจสากลกรุงเทพทราบถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ภารกิจ กิจกรรมหรืองานต่าง ๆ ของกรมสอบคดีพิเศษ 5. การกำกับและการตรวจสอบโดยตำรวจสากลกรุงเทพตรวจสอบการประมวลผลข้อมูลในระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าไปอ่าน และใช้มาตรการเพื่อป้องกันหรือเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จำเป็นในกรณีที่เกิดเหตุเกี่ยวกับการประมวลผล รวมทั้งอาจเพิกถอนสิทธิในการเข้าถึงและสิทธิในการประมวลผลที่ให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามพันธหน้าที่ 6. การเข้าแทรกแซงของสำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากล

สำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากล (ในฐานะที่เป็นผู้บริหารจัดการระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล) ย่อมมีสิทธิในการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมใด ๆ ภายใต้ขอบเขตของกฎว่าด้วยการประมวลผลของข้อมูลขององค์การตำรวจสากลเพื่อยุติการประมวลผลข้อมูลใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนด รวมถึงการเพิกถอนการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล 7. การบังคับใช้

ความตกลงฯ จะมีผลบังคับใช้เมื่อครบกำหนด 30 วัน หลังจากที่ได้แจ้งผลการลงนามในความตกลงให้สำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบ 8. การแก้ไข

อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยความยินยอมร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ตำรวจสากลกรุงเทพต้องแจ้งให้สำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบถึงการแก้ไขเพิ่มเติม ใด ๆ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของขอบเขตหรือวิธีการดำเนินการเรื่องสิทธิในการเข้าถึงและสิทธิในการประมวลผลที่ได้ให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 9. การสิ้นสุด

ภาคีแต่ละฝ่ายอาจบอกเลิกความตกลงได้ฯ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งและสำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบเป็นเวลาสามสิบวันเป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ ร่างความตกลงฉบับนี้เป็นความตกลงในลักษณะเดียวกันกับที่สำนักงานกลางแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) ได้จัดทำขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (18 เมษายน 2560) เห็นชอบไว้แล้ว

ตำรวจทางหลวงลำปางติดโควิด

การติดเชื้อดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การระบาดและการติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในเขต จ.ลำปาง ที่ยังรุนแรงและมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นวันละมากกว่า 10 ราย โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการระบาดในสถานบันเทิงและกลุ่มนักศึกษาที่ จ.เชียงใหม่

ส่วนไทม์ไลน์ของตำรวจทางหลวงนายนี้คร่าวๆ มีดังนี้

  • 6 เม.ย.
    • ดาบตำรวจรายนี้ปฏิบัติงานประจำตู้ยามตำรวจทางหลวงห้างฉัตร
  • 7-8 เม.ย.
    • ออกนอกพื้นที่ไปปฏิบัติภารกิจใน จ.สุโขทัย
  • 9 เม.ย.
    • ร่วมพิธีเปิดจุดอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนนรองรับประชาชนนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนายสุรพล บุรินทราพันธุ์ รองผู้ว่าราชการ จ.ลำปาง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีด้วย
  • 10 เม.ย.
    • ดาบตำรวจคนดังกล่าวไปตรวจโรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง 
  • 11 เม.ย.
    • ผลตรวจออกมาเป็นบวก
    • เข้ารักษาตัว และกักตัวอยู่ที่บริเวณโรงพยาบาลห้างฉัตร

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกำลังสอบสวนไทม์ไลน์เพื่อหารายละเอียดต่างๆ ในการเดินทางปฏิบัติงานพื้นที่ต่างๆ และหาผู้เกี่ยวข้องที่อาจจะติดเชื้อต่อไป

รถตำรวจดูไบ McLaren MP4-12C

 รถรุ่นดังกล่าวคือแม็คลาเรน เอ็มพี4-12ซี (McLaren MP4-12C) ซึ่งได้ปรากฏภาพในทวิตเตอร์ของกรมตำรวจดูไบ โดยตัวรถเผยโฉมพร้อมการตกแต่งแบบรถตำรวจ ซึ่งใช้สีพื้นสีขาวและแถบเส้นสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของรถตำรวจดูไบ

 ถึงแม้จะมีการโพสในโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านทวิตเตอร์ของกรมตำรวจเอง แต่ก็ยังไม่มีการพบเห็นและยืนยันแต่อย่างใด โดยแม็คลาเรน เอ็มพี4-12ซี จัดเป็นรถรุ่นพิเศษของแม็คลาเรน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3,800 ซีซี 616 แรงม้า ทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 333 กม./ชม. และตัวรถมีราคาเริ่มต้น 256,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.8 ล้านบาท)

การเลือกซื้อปืนให้ตรงใจและเหมาะกับตนเอง

การปืนจะต้องมีใบขออนุญาติอย่างถูกต้องและสำหรับมือใหม่นั้นตัดสินใจลำบากที่จะเลือกปืนลูกโม่ (Revolver) หรือปืนกึ่งอัตโนมัติ (Pistol, Semiautomatic handgun) ดี คำถามยอดฮิตสำหรับมือใหม่ก็คือ “ปืนชนิดไหนดีที่สุด” ถ้าผมบอกว่าปืนลูกโม่ดีที่สุด เพราะเป็นปืนที่เกิดขึ้นมาก่อน เป็นปืนที่มีประวัติยาวนานขนาดคนอเมริกันใช้บุกเบิกประเทศก็คงมีคนแย่งว่า ปืนลูกโม่เป็นอดีตไปแล้ว ปัจจุบันปืนกึ่งอัตโนมัติครอบครองส่วนแบ่งการตลาดอาวุธปืนมากที่สุดในโลก ซึ่งก็คงมีคนยกมือขึ้นค้านอีกโต้เถียงกันไปมาไม่มีที่สิ้นสุด

คำถามที่ควรถามมากกว่าคือ “ปืนแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด” ซึ่งคำถามนี้ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวคุณเอง ผมขอแนะนำว่าก่อนตัดสินใจเลือกปืนสักกระบอกมาใช้งาน ควรศึกษาปืนแต่ละแบบให้ดีเสียก่อนทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด และเมื่อมีปืนแล้วก็ควรหมั่นฝึกซ้อมยิงปืนโดยเรียนรู้จากครูสอนยิงปืนมืออาชีพ อย่างเช่น ชมรมยิงปืน Thai tactical shooting club หรือ TAS เพราะการยิงปืนควรเริ่มต้นอย่างถูกวิธี ถ้าเราเรียนรู้สิ่งผิดๆไปแล้วการกลับมาแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก (แต่ก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้)

1. ความสวยงาม หนังบู๊ล้างผลาญตามโรงหนังส่วนใหญ่ใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติเพราะดูเท่ห์ เก๋ ปราดเปรียว ซึ่งก็จริงของเขาปืนกึ่งอัตโนมัติมีการออกแบบที่หลากหลายทำให้รูปทรงมีความแตกต่างออกไปได้มาก ส่วนปืนลูกโม่ดูเรียบง่ายมาหลายร้อยปีรูปทรงเปลี่ยนแปลงน้อยมาก คนส่วนใหญ่ถ้าถามว่าชอบรูปทรงปืนแบบไหนก็คงตอบว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ แต่กระนั้นก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่อาจตอบว่าปืนลูกโม่ ดังนั้นเรื่องความสวยงานนั้นก็ถือเป็นเอกสิทธ์ของแต่ละบุคคลไม่ขอวิจารณ์ครับ

2. วงกระสุน ศัพท์นี้ฟังแปลกๆในที่นี้ผมหมายถึง จำนวนกระสุนที่บรรจุได้ สำหรับปืนลูกโม่ก็ประมาณ 5 ถึง 6 นัดเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดกระสุนที่ใช้เช่น ถ้าเป็นกระสุนขนาด .38 นิ้ว หรือ .357 แม็กนั่ม ถ้าเป็นปืนโครงเล็กก็บรรจุกระสุนได้ 5 นัดแต่ถ้าเป็นโครงกลางถึงใหญ่ก็ 6 นัด แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติถ้าใช้กระสุนขนาด 9 มม. อาจบรรจุกระสุนได้ถึง 10 กว่านัดแถมยังสามารถใส่เพิ่มในรังเพลิงเตรียมพร้อมได้อีกหนึ่งนัด ถ้าใช้กระสุนขนาด .45 นิ้วก็อาจบรรจุในแม็กกาซีนหรือซองกระสุนได้ตั้งแต่ 7 ถึง 8 นัดเสียเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นบางรุ่นที่บรรจุได้มากขึ้นอีกเล็กน้อย อีกทั้งยังเพิ่มอีกหนึ่งนัดในรังเพลิงถือเป็นโบนัสทำให้วงกระสุนมากกว่าปืนลูกโม่อย่างไม่มีข้อสงสัย แต่เราควรรู้ว่าจากสถิติ (มีการศึกษาในอเมริกา) การใช้อาวุธปืนต่อสู้ในสถานการณ์จริงนั้นวงกระสุนที่ใช้มักไม่เกิน 3 ถึง 4 นัดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นวงกระสุนของปืนลูกโม่จึงเพียงพอสำหรับการใช้งาน โอกาสที่เราจะต้องยิงบู๊ล้างผลาญเหมือนในหนังบอกได้คำเดียวว่า ยาก…… แต่กระนั้นบางคนอาจบอกว่ามีวงกระสุนมากๆไวก่อนอุ่นใจดี อันนี้ก็คงไม่ขอขัดอะไรเพราะเป็นเรื่องของจิตใจ

3. ความแม่นยำ ทุกคนก็คงอยากได้ปืนที่มีความแม่นยำชนิดที่หลับหูหลับตายิงก็โดน แต่ในความเป็นจริงแล้วผมเห็นว่าปืนมีส่วนในเรื่องความแม่นยำไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เพราะปืนส่วนมากแล้วผลิตมาจากโรงงานที่มีชื่อเสียงได้มาตรฐาน เมื่อนำปืนแต่ละรุ่นมาทดสอบความแม่นยำอาจมีความแตกต่างกันบ้างแต่ก็หนีกันไม่เท่าไร ดังนั้นความแน่นยำขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้ปืนนั้นมากกว่า ปืนลูกโม่กับปืนกึ่งอัตโนมัติผมให้คะแนนเท่ากันในเรื่องความแม่นยำเมื่อใช้งานตามปกติ

4. ความเชื่อถือได้ของปืน หมายความว่ากลไกการทำงานของปืนมีโอกาสติดขัดน้อย เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ปืนแต่มันกลับไม่ทำงานก็เป็นฝันร้ายของเจ้าของปืนนั้น ดังนั้นปืนที่ดีควรต้องทำงานได้อย่างราบลื่นไม่ติดขัดเพราะเราฝากชีวิตไว้กับมันในยามวิกฤติ ปืนลูกโม่มีประวัติการใช้งานยาวนานมากว่าร้อยปีกลไกการทำงานไม่ซับซ้อน ในขณะที่ปืนกึ่งอัตโนมัติมีการบริหารกลไกซับซ้อนกว่า เป็นที่ยอมรับกันว่าปืนลูกโม่มีโอกาสติดขัดได้น้อยกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ แต่ปัจจุบันปืนกึ่งอัตโนมัติสมัยใหม่มีการพัฒนาไปมากทำให้การบริหารกลไกมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นใกล้เคียงกับปืนลูกโม่

5. เหตุติดขัดระหว่างยิง ที่พบบ่อยก็คือกระสุนด้าน ถ้าเป็นปืนลูกโม่ก็แค่เหนี่ยวไกยิงนัดถัดไปได้เลย แต่ถ้าเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติเราต้องกระชากสไลด์เพื่อคัดกระสุนที่ด้านนั้นออกก่อนและป้อนกระสุนนัดใหม่เข้ารังเพลิงจึงจะยิงต่อไปได้ซึ่งเสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่อย่างแน่นอน นอกจากนั้นอาจพบภาวะที่ปลอกกระสุนติดอยู่ที่ช่องคัดปลอกกระสุนไม่กระเด็นออกมา หรือใส่ซองกระสุนไม่สุดทำให้กระสุนไม่เข้ารังเพลิง กระสุนเก่าเก็บดินขับอ่อนแรงปืนลูกโม่ก็สามารถยิงได้แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติอาจมีปัญหาถ้าเก่าจนแรงขับของดินปืนไม่มากพอที่จะดันลูกเลื่อนให้ถอยหลังได้เต็มที่ปืนก็จะติดขัดได้ โดยรวมๆแล้วปืนกึ่งอัตโนมัติมีปัญหาจุกจิกระหว่างการยิงได้บ่อยกว่าปืนลูกโม่

6. การดูแลรักษา โดยเฉพาะหลังยิงปืนเราต้องทำความสะอาดปืนเพื่อขจัดคราบดินปืนและตะกั่ว ในกรณีปืนกึ่งอัตโนมัติมีชิ้นส่วนที่ต้องถอดออกมาทำความสะอาดมากกว่าปืนลูกโม่ ระยะเวลาการทำความสะอาดก็แล้วแต่ความพิถีพิถันของเจ้าของปืนซึ่งอาจเรียกได้ว่าใกล้เคียงกัน สำหรับผมแล้วปืนลูกโม่ใช้เวลาทำความสะอาดนานกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติเล็กน้อยส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการทำความสะอาดโม่ซึ่งมีหลายรู แต่เท่าที่ถามคนอื่นใช้เวลากับปืนลูกโม่น้อยกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ

7. อำนาจหยุดยั้ง (Stopping power) ในที่นี้หมายถึงว่าเมื่อยิงปืนถูกเป้าหมายไปแล้วหนึ่งนัดโอกาสที่จะหยุดเป้าหมายไม่ให้ตอบโต้กลับมาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งอำนาจหยุดยั้งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกระสุนปืนเสียมากกว่า จากข้อมูลที่มีอยู่กระสุน .38 นิ้วอำนาจการหยุดยั้งประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็นกระสุนขนาด .357 แม็กนั่มแล้วอำนาจหยุดยั้งแปดสิบถึงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์และมีอำนาจในการสังหาร (Killing power) สูงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์จึงได้สมยานามว่า A mankiller สำหรับกระสุน 9 มม. มีอำนาจหยุดยั้งได้ดีกว่ากระสุน .38 นิ้วเล็กน้อย ในขณะที่กระสุนขนาด .45 นิ้วมีอำนาจหยุดยั้งเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์จนได้ชื่อว่า A manstopper จะเห็นได้ว่ากระสุน .357 แม็กนั่มเมื่อยิงถูกเป้าหมายแล้วมีโอกาสตายสูงแต่อาจไม่สามารถหยุดยั้งได้ในทันที

ตำรวจเตรียมความพร้อมรับมือสงกรานต์ควบคู่ป้องกันโควิด-19

สงกรานต์ปีนี้ถือว่าไม่เหมือนกับ 1 ปีที่แล้วเพราะมีเหตุการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด- 19 ระบาดและในช่วงนี้ก็ถือว่ามีการกลับมาระบาดอีกครั้ง แถมสงการณ์นี้ทุกคนที่ทำงาน่างถิ่นก็อยากกลับบ้านไปหาครอบครัว โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เผยมาตรการและตรวจความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางช่วงสงกรานต์ปี 2564 พร้อมมาตรการป้องกันโควิด-19 และแนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. และคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสภาพการจราจร เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 และกำชับการปฏิบัติตามมาตรการตรวจคัดกรองโควิด-19 สำหรับประชาชนเดินทางข้ามจังหวัด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ดูแลเรื่องการจราจร โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นให้ลดอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพและกำชับเจ้าหน้าที่บังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เคร่งครัด