ตำรวจปราบจลาจล บุกสลายการชุมนุม พร้อมรวบแกนนำ

ภายหลังการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 15 ต.ค. 63 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไป ซี่งภายหลังการประกาศดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เตรียมเข้าขอคืนพื้นที่

โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาคอยดูแลสถานการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมกับอ่านประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับฟัง โดยให้เวลา 15 นาที ในการเก็บสิ่งของ และให้เดินมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากไม่ปฏิบัติตาม จะบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจ และได้พยายามพังแนวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถูกเจ้าหน้าที่ฯ เข้าทำการจับกุม

โดยเมื่อเวลา 05.00 น. ภายหลังจากการขอคืนพื้นที่ของตำรวจชุดปราบจลาจล เจ้าหน้าที่ฯ สามารถจับกุมตัว “เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์” แกนนำปลุกระดมเอาไว้ได้แล้ว โดยได้จับขึ้นรถตู้และนำตัวไปที่ ตชด. ภาค1 ขณะเดียวกัน นายอานนท์ นำภา แกนนำปลุกระดมฯ ก็ได้ถูกจับกุมตัวเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงหมายจับศาลที่เชียงใหม่ จากนั้นจึงควบคุมตัวแกนนำไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค1 (ตชด.ภาค1)

ทั้งนี้ ก่อนการจับกุม ทางพนักงานสอบสวน ได้แสดงหมายจับกุมแล้ว ก็แจ้งสิทธิ์ให้กับผู้ต้องหาทราบ โดยนายอานนท์ พยายามขอโทรศัพท์ติดต่อญาติ โดยอ้างสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถติดต่อญาติ และนำตัวบุคคลที่ไว้ใจ ซึ่งเป็นพี่ชายไปด้วยอีก 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ให้นายอานนท์ ใช้สิทธิ์แต่ไม่สามารถติดต่อได้ นายอานนท์ จึงยอมขึ้นรถไปโดยดี ขณะที่มวลชนบางส่วนยังตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ ด้วยความไม่พอใจที่จับกุมตัวนายอานนท์ไป

ขณะที่ล่าสุด เมื่อเวลา 08.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้งและณัฐชนน ไพโรจน์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ตามหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี

ตำรวจปราบจลาจล บุกสลายการชุมนุม พร้อมรวบแกนนำ

ข่าวตำรวจ

“ผบ.ตร.” โต้ข่าวตำรวจแห่ลาออก ชี้ยอดเพิ่มจากปี61แค่100นาย

"ผบ.ตร." โต้ข่าวตำรวจแห่ลาออก ชี้ยอดเพิ่มจากปี61แค่100นาย
“ผบ.ตร.” แจงยอดตำรวจสมัครใจลาออกปี62ต่างจากปี61เพียง 100 นาย ชี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ขออย่านำไปพูดทางลบ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ หรือสมัครใจลาออกประจำปี 62 จำนวน 933 นาย ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะปีที่แล้วมีตำรวจเข้าร่วมโครงการกว่า 800 นาย ปีนี้ 900 กว่านาย ถือว่าเพิ่มมาเพียง 100 นายเท่านั้น ตัวเลขไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

ผบ.ตร.กล่าวว่า ที่ผ่านมากำลังพลตำรวจก็ขาดแคลนมาโดยตลอดกว่า 10,000 นาย แต่การจะจัดหากำลังพลเพิ่มต้องคำนึงปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องการเงิน, อัตราจ้างและคุณสมบัติ ส่วนตำรวจที่ลาออกจะเพราะน้อยใจไม่ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่หรือไม่นั้น ต้องดูเป็นรายบุคคลไป แต่ก็เป็นเรื่องที่จะไปห้ามไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของตำรวจแต่ละนายที่สมัครใจ บางนายอาจเจ็บป่วย และผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วจึงอนุมัติให้ออก

“ขอให้สื่อมวลชนอย่านำไปพูดในทางลบ เพราะอาจนำไปสู่การสร้างข่าวปลอม บิดเบือนทำให้เกิดความเสียหายได้”ผบ.ตร.กล่าว

“ผบ.ตร.” โต้ข่าวตำรวจแห่ลาออก ชี้ยอดเพิ่มจากปี61แค่100นาย

ข่าวตำรวจ

โดนเด้งจนได้ สารวัตรเมืองพัทลุง แม่ค้าหอยพลิกลิ้น ไม่มีตำรวจรีดไถเงิน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 8 มิ.ย.2563 นางสา (นามสมมติ) อายุ 32 ปี แม่ค้าอาหารทะเลสด ได้เดินทางมาให้ปากคำอย่างเป็นทางการกับคณะกรรมการสืบสวนฯ โดยระบุยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตั้งด่านจริง และนำตนมาที่ สภ.เมืองพัทลุง จากนั้นเมื่อมาถึงที่ สภ.เมืองพัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเพียงหลักฐานการขนส่งสินค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกเงินตนแต่อย่างใด ส่วนสลิปที่โอนเงินให้กับ ด.ต.ไชยยา ชูศรีเพชร ตำรวจในชุดสารวัตร ยศ พ.ต.ท. เป็นเงินที่ตนยืมมา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้โอนคืนไปแล้ว สำหรับเงินที่หยิบยืมมานั้น ตนนำไปจ่ายค่าปรับที่ศาลในคดีอาญา ส่วนสาเหตุที่เลือกยืมเงินจาก ด.ต.ไชยยา เพราะก่อนหน้าที่ตนจะมีสามี ตนเคยคบหากับนายดาบคนนี้มาก่อน

ส่วนสาเหตุที่ไปบอกสื่อจนเป็นข่าวใหญ่โต เพราะว่าแฟนไม่ทราบว่าตนเคยคบกับ ด.ต.คนดังกล่าวมาก่อน และแฟนต้องการขอเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อไปผ่อนรถ แต่ตนบอกแฟนไปว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาเงินไปแล้วในตอนที่ตนโดยจับฝ่าเคอร์ฟิวในคืนนั้น พอตนบอกแฟนไปเช่นนี้ แฟนเลยโกรธ และแฟนเป็นคนโทรไปร้องเรียนสื่อมวลชน จนเป็นเรื่องเป็นราวดังกล่าวขึ้น

ด้าน พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า เกี่ยวกับคดีดังกล่าวขอเวลาให้คณะกรรมการชุดสืบสวนข้อเท็จจริงได้ทำงานสอบสวนสืบสวนในทุกด้านก่อน ซึ่งตอนนี้ได้ติดตามผู้ที่อ้างว่าตกเป็นผู้เสียหายมาได้แล้ว และได้นำตัวมาสอบถามต่อหน้าผู้สื่อข่าวเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ทั้งนี้ทั้งนั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องฟังหลักฐานอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น พยานหลักฐานและเอกสารที่ผู้สื่อข่าวนำเสนอ โดยหลังจากนี้จะสอบผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทุกปาก ในการให้การของผู้ที่อ้างตัวว่าตกเป็นผู้เสียหายก็สามารถให้การได้ ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน โดยตนจะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ความกระจ่างแก่สังคม

ในส่วนของ สารวัตร ยศ พ.ต.ท. หัวหน้าชุด ล่าสุด ตนได้สั่งย้ายไปอยู่ฝ่ายอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล พยานเอกสาร ในการช่วยเหลือตัวเองและพรรคพวก ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้สื่อข่าวมั่นใจได้ แต่ถ้ามีพยานหลักฐานที่เข้าไปเกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสีย ก็ไม่ต้องห่วง ตนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และท่านผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 มีการกำชับและติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง กรณีนี้ตนและเจ้าหน้าที่คณะกรรมการชุดสืบสวนข้อเท็จจริง ทำงานอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพัทลุง พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้เข้ามาสอบปากคำ นางสา (นามสมมติ) แม่ค้าอาหารทะเลสดด้วยตัวเอง โดยในเบื้องต้น นางสา ได้กล่าวยืนยันกับ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ว่า เงินจำนวน 5,700 บาท ที่ตนโอนให้กับ ด.ต.ไชยยา ชูศรีเพชร ผบ.หมู่(สืบสวน) สภ.เมืองพัทลุง 1 ใน 3 ตำรวจที่โดนย้ายในครั้งนี้นั้นเป็นเงินค่าหนี้สินที่ตนยืมจาก ด.ต.ไชยา เพื่อนำไปเสียค่าปรับต่อศาลจังหวัดพัทลุง ในช่วงที่ตนกับ ด.ต.ไชยา เป็นแฟนกันสมัยที่ตนยังไม่แต่งงานกับสามีคนปัจจุบัน โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสื่อมวลชน.

โดนเด้งจนได้ สารวัตรเมืองพัทลุง แม่ค้าหอยพลิกลิ้น ไม่มีตำรวจรีดไถเงิน

ข่าวตำรวจ

ผวาข่าวตำรวจฆ่าตัว ‘สันติบาล’ยกระดับรปภ.เข้มคุ้มกัน ‘ผบ.ตร.’ให้ปลดอาวุธเขตตร.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เกี่ยวกับการพกพาอาวุธในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้อความระบุ เน้นย้ำกรณีตำรวจนอกหน่วยพกพาอาวุธปืนเข้ามาใน ตร. 1.กรณีมีตำรวจ (พนักงานสอบสวน) ผูกคอตาย อาจมีผลต่อการรักษาความปลอดภัยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2.ตำรวจนอกหน่วยและบุคคลภายนอกที่เข้าทางคุ้มภัย 2,3,6,8 ให้ตำรวจ กก.3 บก.ส.3 ตรวจค้นกระเป๋า และแจ๊กเก็ตห้ามมิให้พกอาวุธปืนเข้ามาใน ตร. หากมีปัญหาให้แจ้งผู้บังคับบัญชาว่ามาจากหน่วยไหน 3.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ส.3 ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในอาคารให้ตรวจค้นตำรวจนอกหน่อยและบุคคลภายนอก ให้ตรวจค้นกระเป๋า ซองพกใน ทุกกรณี เพราะว่าตำรวจหรือบุคคลภายนอกที่อาจจะพกพาอาวุธเข้ามาและอาจจะนำใส่ในรถผ่านคุ้มภัย 2 และ 3 เข้ามา จึงต้องให้ตำรวจ กก.3 บก.ส.3 ภายในอาคารรวมทั้งจราจรตรวจค้นอย่างละเอียด

4.ตำรวจ กก.3 บก.ส.3 ที่ปฏิบัติหน้าที่หน้าสำนักงาน ผบ.ตร.401 และ 401 ก ห้ามมิให้ตำรวจที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใช้บริเวณหน้าสำนักงาน ผบ.ตร. เด็ดขาด หากพบตำรวจแปลกหน้าให้ขอตรวจค้นอาวุธปืน ห้ามมิให้นำเข้าไปในสำนักงาน ผบ.ตร. โดยให้ปฏิบัติกับตำรวจ รายต่อราย โดยเฉพาะตำรวจนอกเครื่องแบบให้ตรวจค้นโดยละเอียด ห้ามไม่ให้นำอาวุธเข้าไปภายในสำนักงาน ผบ.ตร. หากพบให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทันที 5.หากมีความผิดพลาดอาจถึงตั้งกรรมการสอบสวน และอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของทุกท่าน ขอให้ปฏิบัติและตรวจอย่างละเอียด และสังเกตบุคคลแปลกหน้าและตำรวจนอกหน่วยเป็นพิเศษ
กก.3บก.ส.3

ผวาข่าวตำรวจฆ่าตัว ‘สันติบาล’ยกระดับรปภ.เข้มคุ้มกัน ‘ผบ.ตร.’ให้ปลดอาวุธเขตตร.

ข่าวตำรวจ

สภ.หนองไทร เปิดโรงพักให้ชาวนาตากข้าวเปลือก บรรเทาปัญหาที่ตากข้าวในชุมชน

โดย พ.ต.ท.วิเชียร พรหนองแสน สว.สภ.หนองไทร ได้อำนวยความสะดวกเปิดพื้นที่หน้าโรงพัก ให้ชาวนาตากข้าวเปลือก ฟรี! เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาที่ตากข้าวในชุมชน รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ งดตากข้าวบนถนนสาธารณะ เสี่ยงอุบัติเหตุ-ผิดกฎหมาย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว

เตรียมเปิดสอบอีก 9,000 อัตรา

ตำรวจ เตรียมเปิดสอบอีก 9,000 อัตรา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ [ สตช. ] ได้รับอนุมัติตำรวจชั้นประทวน [ นายสิบ ] ตั้งใหม่ จำนวน 9,000 อัตรา แบ่งเป็น

  • 1.ภารกิจถวายความปลอดภัย จำนวน 4,500 อัตรา แบ่งเป็น ภารกิจถวายความปลอดภัยเป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • 1.1 ตำรวจนครบาล [ กรุงเทพมหานคร ]
  • 1.2 ตำรวจภูธรภาค 1 [ ภาคกลางตอนล่าง ]
  • 1.3 ตำรวจภูธรภาค 2 [ ภาคตะวันออก ]
  • 1.4 ตำรวจภูธรภาค 3 [ ภาคอีสานตอนล่าง ]
  • 1.5 ตำรวจภูธรภาค 4 [ ภาคอีสานตอนบน ]
  • 1.6 ตำรวจภูธรภาค 5 [ ภาคเหนือ ]
  • 1.7 ตำรวจภูธรภาค 6 [ ภาคกลางตอนบน ]
  • 1.8 ตำรวจภูธรภาค 7 [ ภาคตะวันตก ]
  • 1.9 ตำรวจภูธรภาค 8 [ ภาคใต้ตอนบน ]
  • 1.10 ตำรวจภูธรภาค 9 [ ภาคใต้ตอนล่าง ]
  • เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับ “ตำรวจ” กับคำที่ได้ยินบ่อยๆ

    “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)” – เป็นส่วนราชการไทยซึ่ง “เทียบเท่ากรม” ไม่สังกัดกระทรวงใด หรือสำนักนายกรัฐมนตรี…..”ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี”

    “จเรตำรวจ” – ทำหน้าที่เป็นผู้ “ตรวจสอบ” หน่วยงานที่สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าได้ดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดหรือไม่

    “ตำรวจนครบาล” – คือ ตำรวจในกรุงเทพ เช่น สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว (สน.) เป็นต้น

    “ตำรวจภูธร” – คือ ตำรวจในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพ เช่น สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ (สภ.) เป็นต้น (คำว่า สภ.ต. และ สภ.อ. เลิกใช้ไปแล้ว)

    “ตำรวจสันติบาล” – หน้าที่หลักคือ อารักขาบุคคลสำคัญ และดูแลด้านข่าวกรองเกี่ยวกับความมั่นคง

    “ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)” – ตชด.นั้นคือตำรวจ ส่วนทหารนั้นไม่มีคำว่า ตชด. หลายๆคนจึงเข้าใจผิดอยู่คิดว่า ตชด. เป็นทหาร

    “กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)” – เป็นหน่วยงานของรัฐ สังกัดกระทรวงยุติธรรม มิใช่หน่วยงานของตำรวจแต่อย่างใด แต่ก็มีตำรวจทำงานอยู่ในนั้น

    รถไฟชนรถ Kerry คนขับดับ

    เหตุเกิดที่ราชบุรี: พบรถส่งของ Kerry Express ในสภาพรถที่ถูกชนพังยับ เมื่อรถผ่านทางรถไฟที่ไม่มีคนควบคุมข้ามเข้าสู่เส้นทางของรถไฟในอำเภอบ้านโป่งในเช้าวันเสาร์ ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ทางข้ามบ้านไทใหญ่ในตำบลท่าผาเวลา 10.20 น. เกรียงศักดิ์บัวพลเจ้าหน้าที่ประจำสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่งกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางเกิดขึ้นรถสีส้ม Kerry Express พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพ
    ด้านคนขับของรถปิคอัพพังและกระจกหน้าแตก คนขับรถที่ระบุภายหลังว่าจิรวัฒน์รักนิชเวชอายุ 37 ปีได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง

    ตำรวจกล่าวว่าพนักงานขับรถของ Kerry Express กำลังจะส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าในหมู่บ้านใกล้เคียง รถปิคอัพของเขามาถึงหมู่บ้านบ้านไทใหญ่ในเวลาเดียวกันขณะที่รถไฟมุ่งหน้าจากธนบุรีไปยังสถานีน้ำตกในจังหวัดกาญจนบุรีกำลังใกล้เข้ามา รถไฟส่งเสียงแตร แต่รถกระบะวิ่งผ่านทางข้ามและถูกรถชน

    แรงกระแทกทำให้รถปิ๊กอัพกระเด็นไปประมาณ 200 เมตร

    ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ให้การกับตำรวจว่าพวกเขาเห็นรถปิคอัพขับมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะข้ามทางรถไฟ พวกเขากล่าวว่าพวกเขายังคงตะโกนเพื่อเตือนคนขับว่ารถไฟกำลังมาถึง แต่เขาไม่ได้ยิน

    FAMAS

    1.FAMAS

    เมื่อสี่สิบปีก่อนกองทัพฝรั่งเศสได้นำปืนไรเฟิลจู่โจมใหม่ที่ยิงทหารราบของประเทศจากด้านหลังไปยังแนวหน้าของเทคโนโลยีอาวุธขนาดเล็ก Fusil d’Assaut de la ผลิต d’Armes de Saint-Etienneหรือ FAMAS ปืนไรเฟิลแทนที่ปืนโบราณและปืนกลมือในการให้บริการของฝรั่งเศสด้วยอาวุธที่ทันสมัยได้อย่างเต็มที่ สั้นและกะทัดรัด FAMAS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับความรับผิดชอบทางทหารของยุโรปและอาณานิคมของฝรั่งเศส


    กองทัพฝรั่งเศสเริ่มค้นหาปืนไรเฟิลใหม่ในปี 1960 แม้ว่ามันจะสามารถจัดหาปืนไรเฟิลต่อสู้ 7.62 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเช่นเยอรมัน G3ได้อย่างง่ายดายแต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า Gaullist France จะนำอาวุธต่างประเทศมาใช้ เจ้าหน้าที่กองทัพฝรั่งเศสและนักออกแบบอาวุธปืนขนาดเล็กพอลTellié ไปทำงานในการพัฒนาอาวุธที่สามารถทำงานเป็นทั้งเปลี่ยนสำหรับ MAS 49/56 และที่MAT 49 ปืนกลมือ โดยปี 1971 เขามีต้นแบบการทำงานและอาวุธเหล่านั้นได้ทำการทดลองภาคสนามตั้งแต่ปี 2515 ถึง 2516 ในปี 2521 กองทัพฝรั่งเศสได้นำปืนไรเฟิลใหม่ของTelliéเป็น FAMAS
    FAMAS เป็นหนึ่งในปืนไรเฟิลจู่โจม bullpup ตัวแรกอาวุธที่มีความยาวโดยรวมสั้นโดยวางแอ็คชั่นและนิตยสารไว้ด้านหลังไกปืน สิ่งนี้ทำให้อาวุธมีความยาวกระบอกสูบในขณะที่ยังคงความกะทัดรัด FAMAS มีกระบอกขนาด 19 นิ้วที่มีความยาวโดยรวม 29 นิ้ว – ปืนสั้น M4 แบบอเมริกันมีกระบอก 14.5 นิ้ว แต่ความยาวรวม 33 นิ้ว ข้อเสียของการออกแบบ bullpup โดยทั่วไปคือการขาดตัวเลือกการยิงสำหรับมือซ้ายและมือดึงที่มีความยาวคงที่

    ซึ่งแตกต่างจากอาวุธทหารราบในปัจจุบันซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาวุธพื้นฐานของ AR-15, AR-18 และ AK-47 series อาวุธ FAMAS ใช้ระบบคันโยกล่าช้าที่ผิดปกติ ปืนไรเฟิล FAMAS ดั้งเดิมคือ FAMAS F1 ใช้นิตยสาร 25 รอบที่เป็นกรรมสิทธิ์ในการยิงกระสุนเหล็กหุ้มแจ็คเก็ต กระบอกมีการบิด 1 ใน 12 นิ้วที่เหมือนกับ M16 ดั้งเดิมได้รับการปรับให้เหมาะกับคาร์ทริดจ์ M193 5.56 มิลลิเมตร

    FAMAS G2 รุ่นต่อไปเปิดตัวในปี 1990 G2 ใช้นิตยสารมาตรฐาน 30 รอบของนาโต้และให้ความสำคัญกับ 1 ใน 9 นิ้วที่จับคู่กับ M193 รอบเก่ารวมถึง NATO SS109 รอบใหม่ที่เจาะเกราะ G2 ส่วนใหญ่ถูกกักขังอยู่ในหน่วยคอมมานโดของกองทัพเรือและนาวิกโยธินฝรั่งเศสโดยกองทัพฝรั่งเศสยังคงใช้ F1 ต่อไป

    FAMAS มีอัตราการยิงค่อนข้างสูงสำหรับปืนไรเฟิลจู่โจมยิงจาก 900 ถึง 1,100 รอบต่อนาที ปืนมีความสามารถในการยิงเดี่ยวสามรอบออกมาและยิงอัตโนมัติ FAMAS สามารถเพิ่มพลังการยิงของทหารราบฝรั่งเศสโดยการยิงปืนไรเฟิลจากปากกระบอกปืน แม้จะมีความยาวสั้น ๆ ของอาวุธมันยังคงเป็นมาตรฐานพร้อมกับดาบปลายปืนต่อสู้อุปกรณ์เสริมที่แปลกประหลาดสำหรับอาวุธยาวกว่าสองฟุต
    FAMAS ให้บริการในความขัดแย้งจำนวนมากรวมถึง Operation Desert Storm ในปี 1991 การแทรกแซงของนาโต้ในอัฟกานิสถานและการใช้งานด้านความปลอดภัยจำนวนมากทั่วแอฟริกาในอาณานิคมของฝรั่งเศส ในช่วงต้นยุค 2000 FELIN – Fantassin àÉquipements et Liaisons Intégrésของกองทัพฝรั่งเศส(ระบบทหารราบในอนาคต) – ปืนไรเฟิล FAMAS F1 ที่ติดตั้งปืนคู่ที่สวมใส่ภาพอิเล็กทรอนิกส์ ผลที่ได้คืออาวุธที่สามารถยิงได้ทั้งหมดจากที่กำบังพร้อมทหารที่ใช้ปืนไรเฟิลเล็งไปที่เป้าหมายนอกแนวสายตาของเขา กองทัพฝรั่งเศสซื้อระบบ 20,000 FELIN
    ในปี 2560 เกือบสี่ทศวรรษหลังจากเข้ารับบริการ FAMAS ถูกแทนที่ด้วยปืนไรเฟิลจู่โจมใหม่ ผู้รับเหมาอาวุธชาวเยอรมัน Heckler และ Koch จะจัดหา 93,080 Heckler และ Koch 416 Fs ให้กองทัพฝรั่งเศสระหว่างปี 2560 ถึง 2571แทนที่ FAMAS ในหน่วยรบแนวหน้า ความแข็งแกร่งของกองทัพฝรั่งเศสอยู่ที่ประมาณ 135,000 หน่วยซึ่งหมายความว่าบางหน่วยมีแนวโน้มที่จะใช้ FAMAS ต่อไปในช่วงปลายปี 2020 และอาจมากกว่านั้น

    G36

    1.Heckler & Koch G36

    The Heckler & Koch G36 (ย่อมาจากG ewehr 36 ) เป็นปืนไรเฟิลจู่โจมที่ผลิตโดยเยอรมันโดยHeckler และ Kochในปี 1990 มันเป็นปืนหลักของ Bundeswehr (กองทัพเยอรมัน) และแทนที่อายุปี 1950 ยุคG3 เฮคเลอร์และโคช์เดิมเริ่มพัฒนา G36 เมื่อ Bundeswehr ทำคำขอสำหรับปืนไรเฟิลในแง่ของการยกเลิกของที่G11และG41 เดิมเรียกว่าโครงการ HK-50 มันถูกนำมาใช้โดย Bundeswehr ในปี 1997 และจะค่อย ๆ ออกในปี 2015 เนื่องจากปัญหาที่มีความแม่นยำหลังจากไฟไหม้อย่างยั่งยืน หากไม่มีการอัพเกรดปืนจะถูกแทนที่ด้วยHK417หรือRS556 เนื่องจากปัญหาความแม่นยำในเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่ปรากฏใน HK417

    ออกแบบ
    G36 นั้นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวโดย Heckler และ Koch จากการออกแบบของ G3 ซึ่งเป็นพื้นฐานของอาวุธก่อนหน้านี้เกือบทั้งหมดที่ทำโดย บริษัท มันทำจากโพลีเมอร์เสริมเกือบทั้งหมดโดยมีเม็ดมีดเหล็กตามความเหมาะสม มันมีระบบปฏิบัติการลูกสูบแก๊สแบบระยะสั้นด้วยแกนแอคชูเอเตอร์ที่อยู่เหนือบาร์เรลผู้ให้บริการสลักเกลียวสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบทั่วไปที่มีตัวล็อคแบบล็อค 7 อันผู้ให้บริการโบลต์ที่ขี่บนแกนนำเดี่ยวพร้อมสปริงกลับที่อยู่รอบ ๆ หน้าต่างออกที่ตั้งอยู่ที่ ด้านขวาของตัวรับสัญญาณตัวจ่ายแบบใช้จ่ายเพื่อขับเคลื่อนกล่องที่ถูกผลักออกไปจากใบหน้าของมือปืนมือซ้ายบล็อกแก๊สที่ติดตั้งวาล์วก๊าซแบบปรับได้เองซึ่งจะขับก๊าซทั้งหมดที่ใช้ออกไปจากหน้าปืน และที่จับสำหรับชาร์จที่ติดกับด้านบนของตัวยึดโบลต์และสามารถหมุนไปทางซ้ายหรือไปทางขวา เมื่อไม่ได้ใช้งานมือจับการชาร์จจะจัดตำแหน่งตัวเองให้สอดคล้องกับแกนของอาวุธภายใต้แรงกดของสปริงและสลับกับกลุ่มโบลต์ที่ด้านบนของตัวรับสัญญาณ

    ชิ้นส่วนที่สำคัญทั้งหมดถูกประกอบเข้ากับตัวรับโดยใช้ cross-pin ดังนั้นปืนไรเฟิลสามารถถอดประกอบและประกอบกลับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ กลุ่มควบคุมอัคคีภัยแบบมาตรฐานนั้นมีทั้งแบบกึ่งอัตโนมัติ , การยิงสองรอบและอัตโนมัติเต็มรูปแบบ. คันโยกตัวเลือกการยิงแบบกดตีสองหน้ายังทำหน้าที่เป็นสวิตช์ความปลอดภัย G36 เป็นอาหารจากนิตยสารกล่อง 30 รอบซึ่งทำจากพลาสติกใส นิตยสารทั้งหมดมีหมุดพิเศษอยู่ด้านข้างดังนั้นนิตยสารสองหรือสามเล่มสามารถรวมเข้าด้วยกันเพื่อการโหลดที่เร็วขึ้น ตัวเรือนนิตยสารของ G36 ทำขึ้นเป็นชิ้นส่วนแยกต่างหากดังนั้น G36 จึงสามารถปรับให้เข้ากับส่วนต่อประสานนิตยสารต่างๆได้อย่างง่ายดาย ตามมาตรฐานแล้วการปล่อยนิตยสารจะอยู่ด้านหลังนิตยสารแทนที่จะอยู่ด้านข้างตัวเรือนของนิตยสาร ปืนไรเฟิลโครงกระดูกที่แข็งแรงและพับได้ด้านข้างเป็นมาตรฐานสำหรับปืนไรเฟิล G36 ทั้งหมด มันพับไปทางด้านขวาและไม่รบกวนการทำงานของปืนไรเฟิลเมื่อพับ อุปกรณ์การเห็นมาตรฐานของ G36 ประกอบด้วยขอบเขตสอง – หนึ่งเท่ากล้องโทรทรรศน์ 3.5X ด้านล่างด้วยสายตา 1X จุดสีแดงที่สองด้านบน สถานที่ท่องเที่ยวนั้นมีความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์โดยในอดีตนั้นเหมาะสำหรับการถ่ายภาพระยะยาวที่แม่นยำและฉากหลังนั้นเหมาะสำหรับการจับเป้าหมายอย่างรวดเร็วในระยะสั้น ทั้งสองถูกสร้างขึ้นในด้ามจับพลาสติก รุ่นส่งออกของ G36 มีให้บริการด้วยสายตากล้องโทรทรรศน์ 1.5X เดียวโดยมีสถานที่เปิดโล่งฉุกเฉินซึ่งถูกหล่อหลอมไว้ที่ส่วนบนของที่จับ G36C รุ่นคอมแพคสามารถใช้ได้กับขอบเขต Picatinny-type และรางเสริมที่เป็นส่วนประกอบแทนด้ามจับและสถานที่ท่องเที่ยวมาตรฐาน เมื่อเปิดฉากฉุกเฉินขึ้นด้านบนของที่จับถือ G36C รุ่นคอมแพคสามารถใช้ได้กับขอบเขต Picatinny-type และรางเสริมที่เป็นส่วนประกอบแทนด้ามจับและสถานที่ท่องเที่ยวมาตรฐาน เมื่อเปิดฉากฉุกเฉินขึ้นด้านบนของที่จับถือ G36C รุ่นคอมแพคสามารถใช้ได้กับขอบเขต Picatinny-type และรางเสริมที่เป็นส่วนประกอบแทนด้ามจับและสถานที่ท่องเที่ยวมาตรฐาน

    ออกแบบ
    G36 นั้นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวโดย Heckler และ Koch จากการออกแบบของ G3 ซึ่งเป็นพื้นฐานของอาวุธก่อนหน้านี้เกือบทั้งหมดที่ทำโดย บริษัท มันทำจากโพลีเมอร์เสริมเกือบทั้งหมดโดยมีเม็ดมีดเหล็กตามความเหมาะสม มันมีระบบปฏิบัติการลูกสูบแก๊สแบบระยะสั้นด้วยแกนแอคชูเอเตอร์ที่อยู่เหนือบาร์เรลผู้ให้บริการสลักเกลียวสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบทั่วไปที่มีตัวล็อคแบบล็อค 7 อันผู้ให้บริการโบลต์ที่ขี่บนแกนนำเดี่ยวพร้อมสปริงกลับที่อยู่รอบ ๆ หน้าต่างออกที่ตั้งอยู่ที่ ด้านขวาของตัวรับสัญญาณตัวจ่ายแบบใช้จ่ายเพื่อขับเคลื่อนกล่องที่ถูกผลักออกไปจากใบหน้าของมือปืนมือซ้ายบล็อกแก๊สที่ติดตั้งวาล์วก๊าซแบบปรับได้เองซึ่งจะขับก๊าซทั้งหมดที่ใช้ออกไปจากหน้าปืน และที่จับสำหรับชาร์จที่ติดกับด้านบนของตัวยึดโบลต์และสามารถหมุนไปทางซ้ายหรือไปทางขวา เมื่อไม่ได้ใช้งานมือจับการชาร์จจะจัดตำแหน่งตัวเองให้สอดคล้องกับแกนของอาวุธภายใต้แรงกดของสปริงและสลับกับกลุ่มโบลต์ที่ด้านบนของตัวรับสัญญาณ

    Variants

    G36
    G36เป็นตัวแปรมาตรฐานกระบอกปืนไรเฟิลยาวเต็มรูปแบบ ปืนยาว 39.3 นิ้วพร้อมขยายคลังสินค้า มันใช้ 3×4 Zeiss ZF °คู่แก้วนำแสงซึ่งประกอบด้วยไม่ใช่แว่นขยายสายตาโฮโลแกรมและ 3 × ยืดไสลด์สายตา เริ่มผลิตในปี 1996

    G36V
    G36Vเป็นที่รู้จักกัน G36E เป็นตัวแปรส่งออกของมาตรฐาน G36 ความแตกต่างที่สำคัญคือการใช้ออปติกขยายแบบ 1.5 เท่าที่ง่ายกว่ามาก เช่นเดียวกับ G36 มันมีถังขนาด 480 มม. (19 นิ้ว)

    G36K
    G36K (Karabiner) เป็นปืนสั้นแตกต่างจาก G36 มันมีเฟรมที่สั้นกว่า G36 มาตรฐานและบาร์เรล 318 มม. (~ 12.5 นิ้ว) นอกจากนี้ยังมีระบบเดียวกันคู่แก้วนำแสงเป็นมาตรฐาน G36 (A สายตาโฮโลแกรมและ 3x ขยายสายตาไกล ) เริ่มผลิตในปี 1997

    G36KV
    G36KVเป็นที่รู้จักกัน G36KE เป็นตัวแปรที่ส่งออกของ G36 ซึ่งมีลักษณะภายนอก G36C มันผลิตสำหรับลัตเวีย; กองทัพลัตเวียขอให้ H&K สร้างอาวุธเพื่อเสริม G3 G36KV ยังใช้ในแอลเบเนียเพื่อเลิก G3s, Zastavas และ AKs และในประเทศอื่น ๆ G36KV มีราง Picatinny และสต็อกแบบยืดไสลด์ที่ไม่เห็นใน G36 และรุ่นต่างๆ ดาบปลายปืนที่ใช้เป็นดาบปลายปืนเดียวกับที่ AKM ใช้

    G36C
    G36C (Compact) เป็นรุ่นกะทัดรัดของ G36 มันมีกรอบขนาดเล็กมากและบาร์เรล 228 มม. (~ 8 นิ้ว) มันมีประโยชน์มากสำหรับ CQB เนื่องจากมันบรรจุพลังของคาร์ทริดจ์5.56×45มม. ไว้ในอาวุธขนาดเล็กมาก ปืนไรเฟิลนี้ซึ่งแตกต่างจากคนอื่น ๆ ไม่ได้มีตัวแปรส่งออกและไม่ได้มีคุณสมบัติจักษุ; แต่จะมีภาพสถานที่เหล็กรูรับแสงแทน มันมาพร้อมกับรางมาตรฐานที่สามารถติดตั้งเลนส์สายตาหลังการขาย การผลิตเริ่มขึ้นในปี 2544