Blog

เกี่ยวกับตำรวจ

ตำรวจ  (Police) เป็นชื่อเรียกของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบและความปลอดภัยของประชาชน จับกุม และปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย เรียกชื่อตามหน้าที่รับผิดชอบ ต่างๆตามหน้าที่

แพทย์เตือน ฉีดวัคซีนครบ ยังเสี่ยงย้ำต้องเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์เพี้ยน

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุว่า “วัคซีน และ คงวินัย รักษาระยะห่าง คนไทยได้วัคซีนครบ 2 เข็มแล้วก็ตามอย่ามั่นใจ สายพันธุ์เพี้ยน อินเดีย แอฟริกา ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ครบ 2 เข็มในสิงคโปร์ยังติดเชื้อได้”นอกจากนี้ยังระบุ อีกกว่า สายพันธุ์ที่ต้องจับตาสูง จนถึงกลายเป็นสายก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง? 12/5/64 15/5/64 ในสิงคโปร์ พบสายอินเดียในชุมชนเองแล้ว และที่ติดสายอินเดียเป็นคนได้วัคซีน ไฟเซอร์ โมเดอนา ครบ 2 แล้ว โควิด ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาจนกลายเป็นที่เรียกว่าสายพันธุ์ ที่ต้องจับตามองด้วยความกังวลสูง ( variant of high global concern ) ไปจนถึงที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่อง (high consequence) ล้วนแล้ว แต่เกิดจากการระบาดที่รุนแรงแรงกว้างขวางจนเกิดการวิวัฒน์ ให้มีความเก่งกาจขึ้น (gain of function)

ตั้งแต่ สายอังกฤษ แอฟริกาใต้บราซิลฟิลิปปินส์และจนอินเดีย ที่ถูกจัดจากองค์การอนามัยโลกให้ทั่วโลกจับตา และในอีกไม่ช้าไม่นาน ถ้าสถานการณ์คุมไม่ได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งก็จะเกิดมีสายใหม่เกิดขึ้นอีก ในส่วนของสายอินเดีย ที่มีการตรวจพบมานานพอสมควรในประเทศไทย หลายรายด้วยกันแล้ว ในสถานกักตัวทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากหมอและนักวิทยาศาสตร์อินเดียและหลายกลุ่ม ในไวร้สสายนี้มานานพอสมควร ที่ว่าสามารถ “จับลึก” นั่นก็คือไถลลงไปจับกับหลอดลมส่วนลึกและถุงลมแทนที่จะเป็นโพรงจมูกและลำคอ “จับแน่น” ทำให้มีความสามารถในการติดเชื้อได้เก่งขึ้นและจากนั้นแพร่ได้ง่ายขึ้น “หลีกหนี” การมองเห็นการเฝ้าระวังตรวจตราของระบบป้องกันและภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีน ทั้งนี้ยังหมายควบรวมไปถึงภูมิคุ้มกันที่ได้จากการติดเชื้อครั้งแรกจากโควิดธรรมดา และเมื่อติดเชื้อสายใหม่นี้ สามารถมองเห็นจับได้

แต่ไม่ยับยั้งไวรัสและกลับจับไวรัสไปส่งให้ เซลล์ที่มีหน้าที่ป้องกันไวรัส โดยมีหน้าที่ทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อ แต่กลับปล่อยสารอักเสบขึ้นมาแทนเลยเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อและต่อทุกระบบในร่างกาย ถือเป็น “บาป” ที่ภูมิคุ้มกันไม่รู้จักปรับตัวพัฒนาขึ้นมาสู้กับของใหม่ (original antigenic sin: ที่ทราบกันมาตั้งแต่ปี 1960) และในลำดับต่อไป ถ้าไวรัสมีการปรับเปลี่ยนส่วนท่อนต่างๆ ที่ปกติออกแบบมาอยู่แล้วเพื่อก่อโรคให้มีความรุนแรง และกลับรุนแรงขึ้นไปอีก จนมีปัญหาในการรักษาและรวมไปกระทั่งถึงดื้อยาที่ใช้ได้ผลอยู่ในปัจจุบัน จะกลายเป็น สายที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างสูงทั้งหมดนี้สามารถชนะได้ด้วยวัคซีนพร้อมกับมีวินัยทั้งทางบุคคล และทางสังคมอย่างเข้มข้น พยายามสงบการระบาดให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามสายใหม่เหล่านี้ ต้องเล็ดลอดเข้ามาไม่ช้าก็เร็ว และแพร่ระหว่างคนไทยสู่คนไทย แต่ทั้งหมดเพื่อเป็นการซื้อเวลา เพื่อรอวัคซีนพัฒนารุ่นที่สองต่อไป

เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจร้องไม่ได้รับความเป็นธรรม ในฐานฆาตกรรมชายผิวดำ

ต้องยอมเลยว่าในสหรัฐยังมีการเหยียดชนชั้นและสีผิวกันอยู่และเราจะเห็นข่าวออกมาอยู่เรื่อยว่ามีการทำลายคนผีดำจากคนผิวขาว และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ต่างคนต่างมีข้อคิดเห็นไม่เหมือนกัน โดยเอริก เนลสัน ทนายขงชอวิน ยื่นคำร้องต่อศาลโดยอ้างอิงหลายปัจจัย อาทิความไม่เป็นธรรมการจัดการที่ผิดพลาดของการตัดสินคดีและคณะลูกขุนความผิดพลาดด้านการใช้กฏหมายในการพิจารณาดคีและคำตัดสินที่ขัดต่อกฏหมาย

ตำรวจไม่สามารถ Work Form Home จึงเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ผบ.ตร.ห่วงลูกน้อง

ตำรวจจึงเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา มีโอกาสติดเชื้อจากการทำงาน ทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันปราบปรามการติดตามจับกุมคนร้ายที่ตำรวจไม่มี ทางรู้เลยว่า พยานที่เรียกมาสอบ คนร้าย หรือผู้ต้องหาติดโควิด-19 งานตำรวจ ที่ต้องเข้าไปดูแลแต่ละพื้นที่มีผู้ติดโควิด-19 มากน้อยแค่ไหน ถึงจะเป็นพื้นที่เสี่ยงตำรวจยังต้องทำงานบทบาทหน้าที่ตรงนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เห็นปัญหาและเป็นห่วงลูกน้องตำรวจ

ยิ่งมีกรณีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนภาค 7 ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย และมาเสียชีวิตระหว่างกักตัว 14 วัน รวมทั้งตำรวจสันติบาลที่อยู่คนเดียวในแฟลตตำรวจ เสียชีวิต ด้วยโรคประจำตัว เป็นข้อสงสัยที่ว่า ผู้บังคับบัญชาในสังกัดลงมาดูแลเอาใจใส่ลูกน้องตำรวจขนาดไหน

ผบ.ตร.ขอให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดทุกหน่วยนำทั้ง 2 เหตุการณ์นี้มาเป็น “บทเรียน” ในการทำงานของตำรวจทุกหน่วย ก่อนจะเข้าไปทำการตรวจค้นจับกุม หรือพบปะพี่น้องประชาชน ให้เตรียมการป้องกันตนเองอย่างดี หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ต้องพร้อมติดตัว นายต้องลงมาใส่ใจลูกน้อง

ชุดใหม่ ชุดตรวจสีกากีแบบใหม่” นำร่อง 3 สน.

สำหรับเนื้อผ้าชุดสนามสีกากี พยายามเลือกที่มีความบางเบา ระบายเหงื่อได้ดี เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ก็พยายามให้ผู้ปฏิบัติทดลองใส่ว่าเหมาะสมทำงานสะดวกกว่าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปราม จะแถลงรายละเอียด เพื่อให้ประชาชนรับทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายจะทดสอบชุดปฏิบัติงาน ว่าเหมาะสมหรือไม่ และประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร หากผู้ปฏิบัติบอกว่าเหมาะสม ชาวบ้านรับได้ ก็อาจจะใช้เครื่องแบบนี้ แต่ว่าเครื่องแบบเดิมก็ไม่ได้ยกเลิก จะใช้สำหรับสายปฏิบัติเท่านั้น

หน่วยงานที่ทำงานสุ่มเสี่ยงกับการติดเชื้อ รวมทั่ง ตำรวจ จำเป็นต้องรับวัคซีน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.เอาข้อมูลมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาฉีดวัคซีนให้ข้าราชการตำรวจฉีดไปแล้ว 3 พันกว่านาย ตำรวจ จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับวัคซีนไปแล้วทุกนาย ขณะที่ บช.สตม. ฉีดวัคซีนให้กำลังพลไปแล้วประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

ตำรวจ บช.น. พื้นที่แพร่ระบาดสูงสุดขณะนี้ ได้รับวัคซีนแล้ว 1,894 นาย กำลังประสานขอวัคซีนฉีดเพิ่มอีก 4,000 นาย จากตำรวจนครบาลทั้งหมดประมาณ 23,000 นายส่วนภาพรวมระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ล่าสุดได้รับการจัดสรรวัคซีนมาอีก 1 หมื่นโดส ฉีดข้าราชการตำรวจได้ 5 พันนาย เน้นฉีดให้ตำรวจพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ผู้บังคับการแต่ละจังหวัดประสานตรงกับคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด ขอโควตาวัคซีนให้ตำรวจเพิ่มล่าสุด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ตั้งคณะทำงานจัดหาวัคซีน มอบหมายให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นหัวหน้า เพื่อจัดหาวัคซีนมาให้ผู้ปฏิบัติงาน

ตำรวจสหรัฐในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ยิงวัยรุ่นผิวสีถือมีด

สำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองโคลัมบัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่า สำนักงานตำรวจเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ เผยแพร่คลิปวิดีโอ เหตุการณ์เมื่อคืนวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น บันทึกจากกล้องติดหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังเหตุเกิดในชุมชนที่พักอาศัย ทางฟากตะวันออกของเมือง การตัดสินใจเผยแพร่คลิปอย่างรีบด่วน ถือเป็นการปฏิบัตินอกเหนือกฎระเบียบ เนื่องจากตำรวจทั่วสหรัฐ กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน หลังเกิดเหตุตำรวจสังหารคนผิวสีหลายครั้ง จนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ถึงขั้นจลาจล

คลิปวิดีโอขนาดความยาวเพียงแค่ 10 วินาที แสดงให้เห็นตำรวจซึ่งได้รับแจ้งเหตุทางสายด่วน 911 เดินทางไปถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง มีประชาชนยืนกลุ่มอยู่หลายคน โดยเด็กสาววัยรุ่นผิวสีถือมีดในมือ ทำท่าจะทำร้ายผู้หญิงอีก 2 คน ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนเล็งยิงไปที่ร่างของเด็กสาว 4 นัด ล้มลงนอนกองกับพื้น และมีมีดคล้ายมีดทำครัว หรือมีดหั่นเนื้อ ตกอยู่ข้างๆ ขณะที่ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ร้องตะโกนบอกตำรวจว่า “ยิงเธอทำไม เธอยังเด็ก ไม่เห็นหรือ”  และตำรวจตอบกลับไปว่า “เธอมีมีดในมือ และกำลังจะทำร้ายผู้หญิงคนนั้น”

มาดูข้อห้ามของตำรวจ ในการใช้โซเชียล

จากกรณีที่เป็นข่าว หญิงสาวคนหนึ่งลงคลิปใน TikTok ซึ่งถ่ายกับเฮลิคอปเตอร์ มีตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนทำให้เป็นที่วิพาวิจารณืเป็นอย่างมากกับความไม่เหมาะสม จึงทำให้พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานาน 3 ปี โดยตำรวจรายนี้เป็นหน้าห้องของ อดีตรอง ผบช.ภ.4 วันดังกล่าวได้ไปราชการกับผู้บังคับบัญชา แต่มีภรรยาติดตามไปด้วย ล่าสุด พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี

ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ไปปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยให้ขาดจากตำแหน่งและสังกัดเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดก็จะลงโทษทางวินัย

 ข้อ 9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็ต้องพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยตามระเบียบต่อไป

9 ข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจไม่ควรเผยแพร่

ย้อนกลับไปเมื่อ (11 มี.ค.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอตสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แถลงเปิดตัว “โครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ” เพื่อคู่มือแนะนำข้าราชการตำรวจทุกระดับให้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่เกิดประโยชน์และถูกต้อง หลังพบว่ามีข้าราชการตำรวจใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่เหมาะสม

  1. ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  2. ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  3. ข้อมูลที่มีเนื้อหาลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
  4. ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้
  5. ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใด ๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร
  6. ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง ในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
  7. ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน
  8. ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม ต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือมัลแวร์ทุกประเภท
  9. ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม

จับแล้ว ตำรวจเก๊ อาจเป็น รองอุ้ย

วันที่ 22 เม.ย.64 พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัทรพันธ์ พูลทวี และ พ.ต.ต.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายไพรวัลย์ หรืออ้วน โกมลสิงห์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลล้มละลายกลาง ที่ 1754/2563 ลงวันที่ 19 พ.ค. 63 ข้อหา “จงใจขัดขืนหมายเรียกของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นเหตุให้ขัดข้องต่อการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีล้มละลาย” จับได้ที่ลานจอดรถรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าชื่อ รองอุ้ย มาเปิดห้องพักที่รีสอร์ตใน ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ แล้วขอค้างค่าที่พัก พนักงานสอบถามพบพิรุธไม่สามารถบอกต้นสังกัด และไม่มีบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจมาแสดงให้ดู จึงได้แจ้งให้กองปราบปรามมาตรวจสอบ 

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบชายคนดังกล่าวตัดผมสั้นเกรียน ใส่เสื้อกั๊กสีดำ ลักษณะคล้ายกับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนอยู่บริเวณหน้ารีสอร์ต จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ เบื้องต้นทราบชื่อ นายไพรวัลย์ มีอาชีพเป็นเกษตรกรไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวและตรวจค้นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ขล 1319 เชียงใหม่ ของผู้ต้องหา พบชุดเครื่องแบบตำรวจประดับยศพันตำรวจตรี, หมวกแก๊ปหน้าหมวกปักตราแผ่นดิน ใต้ตราแผ่นดินปักตัวอักษรภาษาอังกฤษ ROYAL THAI POLICE กระบองไฟส่งสัญญาณ, ไฟฉาย, รองเท้าคัทชูสีดำ 2 คู่  จากนั้นจึงเข้าตรวจค้นห้องพัก พบชุดเครื่องแบบควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธรภาค 5 ประดับยศพันตำรวจตรี, กางเกงสีกากี, เครื่องแบบตำรวจ, เสื้อคุมแขนสั้นสีดำ ปักตราตำรวจภูธรภาค 5, วิทยุสื่อสาร, กระเป๋าถือ สีดำ ปักตราสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, หมวกหม้อตาลตำรวจ รวมทั้งสิ้น 11 รายการ 

ตำรวจติดโควิด-19 เพิ่มอีก 4 นาย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.64 พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษก ตร. เปิดเผยข้อมูลข้าราชการตำรวจติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.63 ถึง 14 เม.ย.64 เวลา 18.10 น. กลุ่มติดเชื้อเดิม 255 นาย ติดเชื้อใหม่ 259 นาย รักษาหาย 77 นาย อยู่ระหว่างรักษาตัว 182 นาย กลุ่มเสี่ยง กักตัวสะสม 5,552 นาย


ครบกำหนดกักตัว 3,927 นาย อยู่ระหว่างกักตัว 1,625 นาย รักษาตัวใน รพ.ตร. 78 นาย รักษาตัวใน รพ.อื่น 104 นายสำหรับผู้ติดเชื้อในแต่ละหน่วย แยกเป็น บช.น. 71 นาย บช.ภ.5 จำนวน 23 นาย บช.ก. 21 นาย บช.ภ.1 บช.ภ.2 และ บช.ตชด.หน่วยละ 8 นาย บช.ภ.3 และ บช.ภ.7 หน่วยละ 5 นาย บช.ทท. และ บช.สอท. หน่วยละ 4 นาย บช.ภ.6 และ บช.สตม. หน่วยละ 3 นาย บช.ภ.9, สพฐ.ตร., บช.ส., สกบ. และ สกพ. หน่วยละ 2 นาย บช.ภ.4 บช.ภ.8, บช.ศ., รพ.ตร., บช.ปส., สทส.สง.ก.ตร., บ.ตร. และ วน.หน่วยละ 1 นาย.

ร่างความตกลงระหว่างสำนักงานกลางตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ

โดยมีเรื่อง ร่างความตกลงระหว่างสำนักงานกลางตำรวจแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากลโดยตรง คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบร่างความตกลงระหว่างสำนักงานกลางตำรวจแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากลโดยตรง (ร่างความตกลงฯ) ทั้งนี้ หากก่อนการลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มเติมร่างความตกลงฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ให้กระทรวงยุติธรรมหารือกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ลงนามในความตกลง ฯ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ

ร่างความตกลงฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้1. วัตถุประสงค์

เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลองค์การตำรวจสากล จำนวน 9 ฐานข้อมูลได้โดยตรง 2. กรอบกฎหมายว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลโดยตรง

การเข้าถึงและการใช้ระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากลจะต้องเป็นไปตามกฎว่าด้วยการประมวลผลข้อมูลขององค์การตำรวจสากล และเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมและงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง รวมถึงไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์หรือความเป็นกลางขององค์การตำรวจสากล นอกจากนี้กฎหมายภายในของไทยไม่ได้ห้ามกรมสอบสวนคดีพิเศษในการเข้าถึงและการใช้ระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล 3. ขอบเขตของการเข้าถึงข้อมูลโดยตรง

3.1 การอ่านข้อมูล

ฐานข้อมูลที่ได้รับอนุญาตให้อ่าน

1. เอกสารการเดินทางที่ถูกขโมยหรือสูญหาย (Stolen and Lost Travel Documents ? STLD)

2. เอกสารราชการที่ถูกขโมย(Stolen Administrative Documents)

วิธีการเข้าถึง

  • eASF2
  • FIND
  • MIND
  • I – Batch

3. ภาพการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กระหว่างประเทศ(ICSE ? International Child Sexual Exploitation Images)

4. ระบบการจัดบันทึกและการติดตามอาวุธผิดกฎหมาย(Illicit arms records and tracing management system ? iARMS)

วิธีการเข้าถึง

  • I ? 24/7

5. เอกสารการเดินทาง (Edison TD)

6. ตารางหมายเลขอ้างอิงอาวุธปืนขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL Firearms Reference Table ? IFRT)

7. ฐานข้อมูลแจ้งเตือนระบบดิจิทัลขององค์การตำรวจสากลเกี่ยวกับเอกสารปลอมแปลง [The Digital INTERPOL Alert Library- Document (Dial ? Doc)]

วิธีการเข้าถึง

  • I ? 24/7
  • HTTPS

8. ระบบข้อมูลอาชญากรรมขององค์การตำรวจสากล [INTERPOL?s Criminal Information System (ICIS)]

วิธีการเข้าถึง

  • eASF2
  • FIND
  • I ? 24/7
  • I – Batch

9. ระบบข้อมูลกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL Ballistic Information Network ? IBIN)

วิธีการเข้าถึง

  • Dedicated network

3.2 การประมวลผลข้อมูล: จะต้องดำเนินการเพื่อความมุ่งประสงค์ในภารกิจงานตำรวจและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นการเฉพาะเท่านั้น 4. พันธะหน้าที่

ตำรวจสากลกรุงเทพ

1. รับผิดชอบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ดำเนินการโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงกำหนดและให้สิทธิส่วนบุคคลในการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

2. ต้องแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบเกี่ยวกับกฎ วิธีการดำเนินการ และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับกรมสอบสวนคดีพิเศษในการเข้าถึงและการประมวลผล

3. ข้อจำกัดของการเข้าถึงที่ตำรวจสากลกรุงเทพได้กำหนดไว้กับบรรดาสำนักงานตำรวจกลางแห่งชาติหรือหน่วยงานระหว่างประเทศอื่น ๆ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ

1. ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าถึงที่ตำรวจสากลกรุงเทพกำหนดไว้

2. ต้องแจ้งให้ตำรวจสากลกรุงเทพทราบถึงการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ซึ่งมีผลต่อสิทธิในการเข้าถึงส่วนบุคคลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับอนุญาต

3. ต้องแจ้งให้ตำรวจสากลกรุงเทพทราบถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ภารกิจ กิจกรรมหรืองานต่าง ๆ ของกรมสอบคดีพิเศษ 5. การกำกับและการตรวจสอบโดยตำรวจสากลกรุงเทพตรวจสอบการประมวลผลข้อมูลในระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าไปอ่าน และใช้มาตรการเพื่อป้องกันหรือเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จำเป็นในกรณีที่เกิดเหตุเกี่ยวกับการประมวลผล รวมทั้งอาจเพิกถอนสิทธิในการเข้าถึงและสิทธิในการประมวลผลที่ให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามพันธหน้าที่ 6. การเข้าแทรกแซงของสำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากล

สำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากล (ในฐานะที่เป็นผู้บริหารจัดการระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล) ย่อมมีสิทธิในการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมใด ๆ ภายใต้ขอบเขตของกฎว่าด้วยการประมวลผลของข้อมูลขององค์การตำรวจสากลเพื่อยุติการประมวลผลข้อมูลใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนด รวมถึงการเพิกถอนการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล 7. การบังคับใช้

ความตกลงฯ จะมีผลบังคับใช้เมื่อครบกำหนด 30 วัน หลังจากที่ได้แจ้งผลการลงนามในความตกลงให้สำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบ 8. การแก้ไข

อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยความยินยอมร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ตำรวจสากลกรุงเทพต้องแจ้งให้สำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบถึงการแก้ไขเพิ่มเติม ใด ๆ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของขอบเขตหรือวิธีการดำเนินการเรื่องสิทธิในการเข้าถึงและสิทธิในการประมวลผลที่ได้ให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 9. การสิ้นสุด

ภาคีแต่ละฝ่ายอาจบอกเลิกความตกลงได้ฯ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งและสำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบเป็นเวลาสามสิบวันเป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ ร่างความตกลงฉบับนี้เป็นความตกลงในลักษณะเดียวกันกับที่สำนักงานกลางแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) ได้จัดทำขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (18 เมษายน 2560) เห็นชอบไว้แล้ว