Blog

ปืนลูกโม่เทารัสลดราคาพิเศษ งบไม่เกิน 5 หมื่นพร้อมจบถึงสิ้นเดือนเท่านั้น

วิธีซื้อติดต่อร้านค้าโดยตรง เว็บไซต์นี้ไม่ได้จำหน่ายปืน

Taurus รุ่น M889

ขนาด .38

ลำกล้อง 4 นิ้ว

สีสแตนเลส

บรรจุ 6 นัด

ราคา 40,000 บาท

Taurus รุ่น M817

ขนาด .38

ลำกล้อง 2 นิ้ว

สีแสตนเลส

บรรจุ 7 นัด

ราคา 44,000 บาท

อัพเดทราคาปืนสวัสดิการล่าสุด กันยายน 2563 สำหรับข้าราชการ

ราคาปืนสวัสดิการ กันยายน 2563

GLOCK 19 GEN 4 39,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

GLOCK 19 Mariner 38,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง

GLOCK 43 36,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Beretta 21A 42,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

Beretta 92FS ขาว 55,500 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Beretta 92 Compact 49,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Remington 870 24,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

Baikal 18,500 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

CZ 75 Compact 55,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

GSG-5 45,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

S&W M60-14/16 59,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง (ทนายความ / ชรบ / รัฐวิสาหกิจ ซื้อได้)

Stoeger M2000 29,500 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

S&W M686 63,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง (ทนายความ / ชรบ / รัฐวิสาหกิจ ซื้อได้)

CZ P-01 OMEGA 63,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อัพเดท ราคา ปืนสวัสดิการ สน. อส. สำหรับผู้สนใจปืนสวัสดิการ » Thaiammo

Para-ordnance P10 69,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

SIG 938 65,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

ปืนสำหรับผู้เริ่มต้น

CZ RAMI 2075 D 59,500 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

S&W Shield 9 มม. 45,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง (ทนายความ / ชรบ / รัฐวิสาหกิจ ซื้อได้)

GLOCK 26 45,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

GLOCK 17 45,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Taurus 66 57,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Commando 8.6 16,000 บาท

ป.3 ระบุ สวัสดิการกรมการปกครอง สน อส (อปพร. /ชรบ. / อส.สำรอง ซื้อได้)

ปืนสั้น สวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

1. กล็อก 43 (ออสเตรีย) ราคา 36,000 บาท (9มม.)

2. กล็อก 26 เจน 4(ออสเตรีย) ราคา 45,000 บาท (9มม.)

3. กล็อก 19 เจน4(ออสเตรีย) ราคา 39,000 บาท (9มม.)

4. กล็อก 17 เจน4 (ออสเตรีย) ราคา 45,000 บาท (9มม.)

5. เบเร็ตต้า 92 คอมแพ็ค ดำ อิตาลี ราคา 49,000 บาท (9มม.)

6. เบเร็ตต้า 92 FS ขาว อิตาลี ราคา 55,500 บาท (9มม.)

7. ซีแซด 75 คอมแพ็ค เหล็ก ราคา 55,000 บาท (9มม.)

8. ซีแซด P01 โอเมก้า ราคา 63,000 บาท (9มม.)

9. ซีแซด รามี่ ราคา 59,500 บาท (9มม.)

ปืนสั้น สวัสดิการกรมการปกครอง

1. กล็อก 19 มาริเนอร์ USA ราคา 38,000 บาท (9มม.)

2. สมิท ชิล USA ราคา 45,000 บาท (9มม.)

3. สมิท M60 USA ราคา 59,000 บาท (.38)

4. สมิท M60 USA ราคา 59,000 บาท (.357)

5. สมิท M 686 USA ราคา 63,000 บาท (.357)

ปืนสั้น สวัสดิการกรมการปกครอง (สน.อส.)

1. เบเร็ตต้า 21A USA ราคา 42,000 บาท (.22)

2. วอลเทอร์ SP22 ราคา 42,000 บาท (.22)

3. ซิก P938 ขาว USA ราคา 65,000 บาท (9มม.)

4. ซีแซด P10 F เซคฯ ราคา 42,000 บาท (9มม.)

5. พาราฯ P10 ดำ ราคา 69,000 บาท (.45)

6. ร็อกไอแลนด์ G22 ราคา 16,000 บาท (.22)

7. GSG เยอรมัน ราคา 45,000 บาท (.22)

8. คอมมานโด 8.6 ราคา 16,000 บาท (12)

9. สโตเกอร์ M2000 ตุรกี ราคา 29,500 บาท (12)

10. ปราดัส SBS 12 ตุรกี ราคา 39,500 บาท (12)

RIA Medallion 1911 ปืนพกทรงพลังจากเพื่อนบ้าน ที่ไม่แพ้ค่ายอื่นในโลก

ปัจจุบัน อาร์มสกอร์ มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยครบครัน สามารถทำชิ้นส่วนปืนทั้งหมดได้เอง ผลิตกระสุนได้ปีละ 110 ล้านนัด ส่งออกทั้งปืนและกระสุนไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Armscor Global Defense, Inc. และสร้างแบรนด์ของตัวเอง คือ Rock Island Armory : RIA มีปืนทั้งสั้น, ยาว, ลูกซองให้เลือกได้หลากหลาย เฉพาะปืนพกกึ่งอัตโนมัติระบบ 1911 มีถึง 7 กลุ่ม ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานแบบปืนทหาร จนถึงปืนแข่งแนวแท็คติคอล

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ เป็น RIA รุ่นท็อป ชื่อรุ่นเด่นชัดบนลำเลื่อนคือ Medallion และที่สลักบนโครงปืนคือ M1911 A2 FS – Match ความหมายคือ ระบบการทำงานแบบ 1911 ใช้ซองกระสุนสองแถว ครอบส่วนหน้ายาวตลอด เป็นโครงขนาดเต็มตัวสำหรับปืนแข่งโดยเฉพาะ อาร์มสกอร์เน้นว่ารุ่นนี้แต่งสุดฝีมือ ใช้ช่างประกอบทีละกระบอก สลักเลขประจำปืนตรงกันทั้งที่โครงปืน, ลำเลื่อน และลำกล้อง

เมดัลเลียน เป็น 1911 ลูกดก ใช้โครงปืนโพรงด้ามกว้างที่ อาร์มสกอร์ ทำเอง วัสดุเป็นเหล็กล้วนตลอดถึงโครงด้าม รางส่วนหน้ายาวตลอดเสมอปลาย เสริมความหนาเพิ่มน้ำหนัก ลำกล้องหนา ไม่ใช้บูช มีแกนสปริงลำเลื่อนเป็นเหล็กชิ้นเดียว ติดกรอบส้นด้ามเพื่อให้เสียบแม็กกาซีนได้เร็ว รวมน้ำหนักตัวปืนยังไม่บรรจุคือ 1,460 กรัม จัดว่าหนักเป็นพิเศษ จุดประสงค์เพื่อช่วยลดรีคอยล์ ให้ยิงซ้ำได้รวดเร็ว

การแต่งผิว เป็นแบบ ทู-โทน โครงชุบฮาร์ดโครมตัดกับลำเลื่อนดำด้าน ชิ้นส่วนเสียบประกอบคือค้นค้างลำเลื่อน, ห้ามไกซ้ายขวา, หลังอ่อน, ตัวไก เป็นสีดำ ลำกล้อง, แกนสปริงลำเลื่อนและกรอบส้นด้ามเป็นสีเงิน, ประกับด้ามวัสดุ G10 ดำ จับถนัดดีไม่หนาเกิน หน้าด้ามหลังด้ามแกะลายละเอียดกันลื่น แม็กกาซีนสองแถวจุลูก 9 มม. ได้ 20 นัด โดยฐานเพียงเสมอกับขอบหน้าของกรอบส้นด้ามไม่ยื่นเกะกะ ติดศูนย์หลังปรับได้ดำทึบแบบยิงเป้า ศูนย์หน้าฝังเส้นรวมแสงแดง ไกหลุดคมชั่งได้ 4 ปอนด์ กำลังดีสำหรับเป็นปืนใช้งาน ถ้าชอบไกเบาแต่งลดได้อีก

โดยรวม RIA เมดัลเลียนกระบอกนี้ เป็นปืนระบบ 1911 ลูกดก ออกแบบสำหรับลงแข่งรณยุทธ์โดยตรง ซองกระสุนแบบสองแถว จุลูก 9 มม.ถึง 20 นัด, โรงงานแต่งมาครบเครื่องพร้อมลงแข่งได้ทันที เน้นความแข็งแรงด้วยโครงเหล็กล้วน รางยาวตลอดถึงด้านหน้า เสริมความหนาเพิ่มน้ำหนัก ช่วยให้ยิงได้นิ่มนวลดีมาก, ศูนย์ดี ไกคม เก็บงานเรียบร้อย นอกจากแข่งรณยุทธ์ยังใช้เป็นปืนยิงเป้าเฝ้าบ้านได้ดี จุกระสุนเท่าลูกโม่สามกระบอก แต่ด้วยน้ำหนักตัวเมื่อบรรจุกระสุนแล้วเกินกิโลครึ่ง ไม่เหมาะสำหรับพกต่อเนื่องทั้งวัน

 

เมื่อตำรวจพบอาวุธปืน สามารถใช้ดุลพินิจในการจับกุมได้หรือไม่

กองวิจัยและวางแผน ส่วนราชการกรมตำรวจ ที่ 0503 ( ส ) / 27663

วันที่ 30 กันยายน 2525

เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจค้นบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณสถาน

ผบช. , ผบก. , หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าทุกหน่วยงาน

ตามบันทึก ตร.ที่ 0501 /30476 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2517 กำหนดแนวทาง

ในการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ ให้ใช้ดุลพินิจในการตรวจค้น จับกุม
ผู้พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณสถานให้เป็นการถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 371 ได้บัญญัติไว้ ต่อมาได้มีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 8 ทวิ แห่ง พรบ. อาวุธปืนฯ
พ.ศ. 2490 ขึ้นอีก ในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันยังคงมีปัญหา
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยมีเพียงใบอนุญาต
ให้มีและใช้อาวุธปืน ( ป. 4 ) แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ( ป. 12 )
ก็มักจะควบคุมตัวมาดำเนินคดีทุกรายไป ทำให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกตรวจค้น
และจับกุม เพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
และถูกต้อง จึงขอซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้ ตามบทบัญญัติ
มาตรา 8 ทวิ แห่ง พรบ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งคณะปฏิรูป
การปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3 กำหนดว่า ห้ามมิให้
ผู้ใดพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่กรณีต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควร
แก่พฤติการณ์ ไม่ว่ากรณีใด

ห้ามมิให้พกพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผยหรือพาไปในที่ชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น
เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า กฎหมายยังคงเปิดโอกาส ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์
นำเอาอาวุธปืนที่ตนมีไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พกพา
ติดตัวไปเพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สินได้ ภายในขอบเขตที่กฎหมายให้กระทำได้
ตามแนวคำชี้ขาดไม่ฟ้องคดีของอธิบดีกรมอัยการเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนไปในเมือง
หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาจากเจ้าพนักงาน
ซึ่งถือว่าโดยสภาพเป็นกรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน
ตามสมควรแก่พฤติการณ์ มีแนวทางพอสรุปได้ดังนี้คือ

1. ถ้าได้นำอาวุธปืนใส่กระเป๋าเก็บไว้ในช่องเก็บของท้ายรถ ซึ่งไม่สามารถหยิบใช้ได้ทันทีทันใด

2. เอาอาวุธปืนใส่กระเป๋าใส่กุญแจแล้ววางไว้ในรถซึ่งไม่สามารถหยิบใช้ได้ในทันทีทันใด

3. ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัด จำนวนเป็นหมื่นๆ นำติดตัวมาแล้วมีอาวุธปืน
ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว ใส่ช่องเก็บของหน้ารถยนต์เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สิน

4. ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัด นำอาวุธปืนติดตัวมาด้วย โดยแยกอาวุธปืน
และเครื่องกระสุนปืนออกจากกัน ใส่กระเป๋าเอกสารไว้ที่พนักเบาะหลังรถยนต์

5. ห่ออาวุธปืน และแหนบบรรจุกระสุนปืน ( แมกกาซีน ) แยกออกคนละห่อเก็บไว้ในกระโปรง
รถยนต์ซึ่งใส่กุญแจ

จึงแจ้งมาเพื่อทราบและแจ้งให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อใช้เป็นดุลพินิจ
ประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนี้ต่อไป

ลงชื่อ พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ ( ณรงค์ มหานนท์ )
รองอ.ตร.ปป.ปร.ท.อ.ตร.

เมื่อตำรวจพบอาวุธปืน สามารถใช้ดุลพินิจในการจับกุมได้หรือไม่

อาวุธปืน

ทำไมตำรวจไทยถึงนิยมใช้ปืนลูกโม่ .38 มากกว่า

เหตุผลที่ตำรวจใช้ปืนลูกโม่ เพราะปืนลูกโม่ ขนาด .38 เป็นปืนที่ทางราชการมีให้เบิกเฉพาะผู้ที่ต้องการเบิกเป็นรายบุคคลไป
ไม่ได้มีแจกให้กับตำรวจทุกคนอาวุธปืนสั้นประจำกายของทางราชการตำรวจ  ส่วนมาก จะเป็น สมิธฯ ศูนย์ตาย ลำกล้อง 4 นิ้ว รมดำ และในแบบฝึก
ของโรงเรียนตำรวจมักเน้นให้ฝึก ปืนลูกโม่ เป็นหลัก ยกเว้นที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะมีการฝึก ทั้ง ปืน ออโต และลูกโม่

ตำรวจที่ไม่ได้มีความสนใจในเรื่อง อาวุธปืนเป็นพิเศษ จึง นิยมใช้กันเพราะถือว่าพอเพียงที่จะป้องกันตัวเองแล้ว รวมทั้ง ตำรวจบางสายงานที่ไม่ได้ใช้อาวุธปืนเป็นหลัก ก็จะพกเพียงเพื่อประกอบกับเครื่องแบบ ถ้าไม่ได้แต่งเครื่องแบบก็มักไม่พกปืน  แต่ปัจุบันตำรวจที่จบมาใหม่ๆ มักนิยมใช้ปืน ออโต มากกว่า รวมทั้งตำรวจในสายงานปรามปราบหรืองานสืบสวนก็มักนิยมปืน ออโต เพราะมีโอกาสที่จะปะทะกับคนร้ายมากกว่าส่วน ตำรวจชั้นสัญญาบัตรส่วนใหญ่ที่ไม่นิยกพกปืนกัน น่าจะเป็นเพราะท่านไม่ได้คิดจะไปจับใคร หรือไปปะทะกับคนร้ายที่ไหน มักอยู่ในตำแหน่งบริหารและสั่งการ หากมีเหตุร้ายเกิดตรงหน้า ท่านก็หลบและเรียกผู้ใต้บังคับบัญชามาเสี่ยงแทน น่าจะเหมาะสมและถนัดในงาน ใช้แรงแบบนี้มากกว่าตัวเองซึ่งถนัดการสั่ง กับวางแผน

ทำไมตำรวจไทยถึงนิยมใช้ปืนลูกโม่ .38 มากกว่า

ชนิดปืน

เด้งแล้ว 10 ตำรวจฉาว สภ.บางพลี หลังถูกร้องเรียกเงินแสนแลกปล่อยตัว

เด้งแล้ว 10 ตำรวจฉาว สภ.บางพลี หลังถูกร้องเรียกเงินแสนแลกปล่อยตัว

เด้งแล้ว 10 ตำรวจบางพลี หลังถูกร้องเรียกเงินแสนแลกปล่อยตัว ผู้การปากน้ำสั่งเด้ง ยศตั้ง พ.ต.ต. ถึง ส.ต.ท. หลังถูกร้องเรียกเงินแสนแลกปล่อยตัว

จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ที่ 27 พฤษภาคม 2563 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม  ได้พาหญิงสาวผู้เสียหายวัย  27 ปี เข้าเข้าร้องทุกข์ กับ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เพื่อให้ดำเนินคดีกล่าวโทษ กับนายตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางพลี รวม 10 นาย ที่ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็นเงินกว่า 1.3 แสนบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว หลัง พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ รับเรื่องแล้วได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ออกหนังสือคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 229/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฎิบัติราชการ โดยระบุว่า ด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ราชการตำรวจบางรายในพื้นที่ของ สถานีตำรวจภูธรบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าจะกระทำความผิดตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือไม่นั้น จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2563

สำหรับรายชื่อตำรวจทั้ง 10 นายที่ถูกสั่งเด้ง เข้าศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการประกอบด้วย  1.พ.ต.ต.กมลศักดิ์ นาคเสน สว.สส.สภ.บางพลี  / 2.ร.ต.อ.อิทธิพล ระเบียบโพธิ์ รองสวป.สภ.บางพลี  / 3.ร.ต.อ.วสันต์ วงศ์เรือง รองสว.จร.สภ.บางพลี / 4. ด.ต.จิรภัทร นันติดอย ผบ.หมู่สส.สภ.บางพลี / 5.จ.ส.ต.กฤษดา ฤทธิยา ผบ.หมู่ สส.สภ.บางพลี  /  6.ส.ต.อ.ภิภูษณะ ศรีนวล ผบ.หมู่สส.สภ.บางพลี  / 7.ส.ต.อ.วัชรพงศ์ ดีสา ผบ.หมู่ สส.สภ.บางพลี  / 8.ส.ต.ท.มนตรี นากอก ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางพลี /  9.ส.ต.ท.กฤษดา มูลพร้อม ผบ.หมู่ สส.สภ.บางพลี / 10.ส.ต.ท.รัชนาท มีบุตร ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางพลี

ตำรวจของประชาชน​ สู้ภัย Covid19

เพลงนี้ริเริ่มมาจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์​ ชัยจินดา​ ผบ.ตร., พล.ต.ท. มนตรี​ ยิ้มแย้ม ผบช. ภ.2,  พล.ต.ต.อิทธิพร​ โพธิ์ทอง​ ผบก. ภ.จว. นครนายก ให้แต่งเพลง​ ตำรวจของประชาชน​  สู้ภัยโควิด​ 19​ ขึ้น​  เนื้อเพลงเกี่ยวกับ​ ตำรวจช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด​ ที่เข้ามาระบาดในประเทศไทยประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก​ ซึ่งตำรวจก็ได้เข้ามาช่วยประชาชนให้ผ่านเวลาอันแสนยากเย็นนี่ไปได้

โดยการจัดทำบทเพลงนี้ไม่ว่า​ จะเป็น​ นักร้อง​, มือเบา, มือกลอง, กีต้าร์, คีย์บอด​ ล้วนเป็นตำรวจทั้งสิ้น​  ในการถ่ายทำMV.ประกอบเพลงได้ไปถ่ายทำที่​ เขื่อนขันด่านปราการชลซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังของจังหวัดนครนายกอีกด้วย

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากข้าราชการตำรวจทุกหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ซ้ำเติมประชาชน การให้บริการ การช่วยเหลือแจกจ่ายอาหารและสิ่งของให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ทำให้ภารกิจในห้วงที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดจากความทุ่มเท เสียสละและอุทิศตนของข้าราชการตำรวจทุกนายทุกระดับชั้น!!

ยุทธวิธีสายตรวจจักรยาน ท่องเที่ยวตามรอยวิถีไทย เก๋ไก๋เมืองรอง

ยุทธวิธีสายตรวจจักรยาน ท่องเที่ยวตามรอยวิถีไทย เก๋ไก๋เมืองรอง

พ.ต.ท. ต่อลาภ ตินะมาตร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวตาก – กำแพงเพชร นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวกำแพงเพชร ( ทัวร์ริสโพลิศ ) สื่อสารมวลชน เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานและการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ( ยุทธวิธีสายตรวจจักรยาน ท่องเที่ยวตามรอยวิถีไทย เก๋ไก๋เมืองรอง ) ณ.จังหวัดลพบุรีและจังหวัดนครราชสีมา โดยเริ่มออกเดินทางจากจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อมาศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ บ้านพระยาวิชเยนทร์และพระปรางค์สามยอด เพื่อสังเกตการณ์ข้อดีข้อเสียและนำมาปรับปรุงใช้ในการทำงาน

หลังจากนั้นเป็นการเดินทางไปยัง จ.นครราชสีมา ก่อนเข้าที่พักเป็นกิจกรรมการถอดบทเรียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมลพบุรีด้านการบริหารจัดการ ต่อด้วยกิจกรรมการพัฒนาบุคลากรภายในหน่วยที่ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง ในการฝึกอบรมทบทวนสายตรวจรถจักรยานระดับก้าวหน้า ณ.ศูนย์ฝึกอบรมยุทธวิธีตำรวจกลางหนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา โดย พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ทท.2 ( ผู้บังคับการ ตำรวจท่องเที่ยว 2 ) มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธีระวัฒน์ นุมานิต ผกก.3 บก.ทท.2 เป็นประธานเปิดการอบรม ยุทธวิธีสายตรวจจักรยาน ซึ่งมีตำรวจท่องเที่ยว จาก ส.ทท.1 (พิษณุโลก) , 2 (นครสวรรค์) และ 3 (ตาก) กก.3 บก.ทท.2 พร้อมอาสาสมัครสายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวกำแพงเพชร เข้าร่วมการอบรม รวม 50 คน เข้ารับการฝึกจากครูฝึกสายตรวจจักรยาน ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจกลางศูนย์ฝึกอบรมยุทธวิธีตำรวจกลางหนองสาหร่าย จว.นครราชสีมา ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครใช้ในการรักษาความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ในพื้นที่ จ.ตากและกำแพงเพชร

ยุทธวิธีสายตรวจจักรยาน ท่องเที่ยวตามรอยวิถีไทย เก๋ไก๋เมืองรอง

เกี่ยวกับตำรวจ

ตำรวจทำ MOU กับโรงเรียนช่วยกันต้านยาเสพติด

ตำรวจทำ MOU กับโรงเรียนช่วยกันต้านยาเสพติด

สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี ลงนามทำ MOU กับโรงเรียนที่เคยเป็นกลุ่มเสี่ยงปัญหายาเสพติด จำนวน 12 โรงเรียน ในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานี เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในโรงเรียน พร้อมทั้งหารือแนวทางในการป้องกันตรวจตราเด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงกับยาเสพติด เพราะผู้ค้ายาเสพติดนั้นมีการจำหน่ายในรูปแบบใหม่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการบรรจุยาเสพติดในรูปแบบที่คล้ายขนมต่าง ๆ ทำให้เด็กนักเรียน และเยาวชนเข้าถึงยาเสพติดได้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ยังมีการมอบใบประกาศนีย์บัตรให้กับโรงเรียนที่ร่วมโครงการกับครูแด (D.A.R.E) โดยโครงการนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอน การป้องกันยาเสพติดในโรงเรียนและทำกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านโครงการครูแด อีกทั้งมอบใบประกาศนีย์บัตรให้กับเด็ก



ตำรวจแจ้งข้อหา แม่ปาดคอลูกสาว 3 ขวบ โทษหนักถึงประหารชีวิต

ตำรวจแจ้งข้อหา แม่ปาดคอลูกสาว 3 ขวบ โทษหนักถึงประหารชีวิต

ตำรวจแจ้งข้อหา แม่ปาดคอลูกสาว 3 ขวบ โทษหนักถึงประหารชีวิต

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่สื่อออนไลน์มีการนำเสนอแม่ฆ่าปาดคอลูก 3 ขวบ เสียชีวิตในบ้านพักภายในสวนยางพาราไม่มีเลขที่ บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าจากการสอบปากคำมารดาของผู้เสียชีวิต ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว

แม่ปาดคอลูกสาว 3 ขวบ ดับสยองคาบ้าน หลอนตั้งแต่เช้าบอกจะมีคนมารุมโทรม โดยทราบว่าสาเหตุเกิดจากความเครียด โดยพนักงานสอบสวนได้พาชี้ที่เกิดเหตุ และทำแผนประทุษกรรม อีกทั้งได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา 288 ต้องรับโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต หรือ จำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งขอฝากไปยังประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนโดยทั่วไป ในเรื่องของการนำเสนอข่าวหรือข้อมูลส่วนบุคคล ให้ใช้วิจารณญาณเคารพในสิทธิ ไม่นำเสนอภาพหรือข้อมูลต่างๆ ที่อาจไปละเมิดสิทธิ หรือกระทบสิทธิของผู้เสียชีวิตและครอบครัว