ส่องปืนจิ๋ว 5 กระบอก เล็กพริกขี้หนูมาดูกัน

ปืนคืออาวุธที่ใช้ในการทำลายล้างและทุกครั้งที่ถูกนำออกมาใช้จะตามมาด้วยเรื่องราวต่างๆ นานามากมาย ส่วนใหญ่ของการควักออกมาใช้มีแต่เรื่องร้ายและตามติดด้วยคดีความแทบทั้งสิ้น สำหรับคำถามยอดฮิต ปืนซุกซ่อนขนาดเล็กที่นิยมในวงการมีปืนยี่ห้ออะไรขนาดเท่าไรและมีราคาเท่าใด ตามกฎหมายอาวุธปืนที่สมควรต้องรับรู้เอาไว้สำหรับคนที่ชื่นชอบอาวุธประเภทนี้ สำหรับพลเรือนทั่วไป อย่างเราๆ ท่านๆ หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม จะไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัวหรือติดรถไปในที่ต่างๆ ได้ หากเจอตำรวจเข้าตรวจค้นก็จะถูกจับกุมฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะซึ่งผิดกฎหมายเต็มๆ เจ้าหน้าที่ยึดปืนไปตรวจสอบประวัติทะเบียนปืน ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเสียเวลาเสียอนาคต มีปืนแต่ใจร้อนรุ่นใครมาแวบเป็นไม่ได้ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ใกล้คุกตะรางเข้าไปอีก อาวุธปืนนั้นมีกฎหมายห้ามนำพาหรือพกพาติดตัว จะเป็นการปลอดภัยที่สุดเมื่อปืนมีการซื้อที่ถูกต้องตามกฎหมายมีทะเบียนและใบอนุญาตครอบครองในบ้านเพื่อเอาไว้ป้องกันทรัพย์สิน

ขนาดที่เล็กพกพาซุกซ่อนสะดวกอย่างที่บอกของปืนกระเป๋าทำให้นักเลงปืนหันไปให้ความสนใจ ปืนสำหรับการพกซุกซ่อนแบบแนบเนียน เรียกกันว่าปืน แบบ Pocket Gun Micro Compact, หรือ Sub Compact ซึ่งมีขนาดกระสุนหลายขนาด 6.35, 7.65, .22 lr, .380 (บางท่านเรียกว่า 9 มม. สั้น) หรือ 9 มม., .38, .357, 11 มม. หรือ .45 ขนาดกระสุนของปืนเล็ก .380 ไม่ควรเล็กกว่านี้เนื่องจากจะลำบากในการหาซื้อลูกแถม อำนาจในการหยุดยั้งเป้าหมายเป็นรองปืนที่มีขนาดใหญ่กว่าแต่ก็มีดีที่ความเล็กนั่นเอง และนี่คืออาวุธปืนแบบพกพาซุกซ่อน 5 กระบอก ที่คัดมาให้ชมประดับความรู้ด้านปืนผาหน้าไม้

Beretta MOD. 950 B / 21A
ปืนพกแบบออโตเมติกขนาดเล็กกะทัดรัดรุ่นนี้มีชื่อเสียงมากในด้านความแม่นยำเมื่อเทียบกับขนาดความยาวลำกล้อง เป็นอาวุธปืน 950 ที่ผลิตในขนาด 6.25 เริ่มต้นสายการผลิตในปี ค.ศ. 1952 เป็นปืนพกสั้นที่สามารถยัดใส่กระเป๋ากางเกง ซ่อนไว้ในถุงน่อง หรือแม้แต่พกไว้กับตัวที่กระเป๋าเสื้อ Beretta Mod.950B หรือ 21 A นั้น ในส่วนของรุ่น 950 ระบบการยิงจะเป็นแบบยิงทีละนัดหรือซิงเกิลแอ็กชั่นล้วน ส่วน 21 A มีกลไกการยิงแบบผสมทั้งดับเบิลแอ็กชั่นและซิงเกิลแอ็กชั่น Beretta 21 A ยังใช้กระสุนขนาด .22 ให้เลือกอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นอาวุธติดกระเป๋าแบบเอาจริงเอาจังเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตัวระยะใกล้ชนิดที่เรียกว่าจวนตัวแล้วเอาออกมาจ่อยิง รวมถึงพวกชอบยิงเป้าด้วยปืนสั้นเล็กที่ไม่มีแรงสะท้อนหรือเสียงดังสนั่นมากนักหรือเพื่อการกีฬา โดยเฉพาะนักเลงปืนหน้าใหม่ที่ต้องการความแม่นยำความทนทานและความปลอดภัย ด้วยการพกพาติดตัวที่ไม่เกะกะใหญ่โตจนน่าเกลียดยื่นยาวออกมาจนสังเกตเห็น 950 B / 21A ยังเป็นปืนเริ่มต้นสำหรับนักยิงปืนที่เพิ่งจะเริ่มฝึกยิง ช่วยเพิ่มประสบการณ์และทักษะในการใช้อาวุธปืนก่อนที่จะก้าวขึ้นไปเล่นปืนที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ ระยะยิงที่หวังผลได้หากคนยิงนิ่งพอกับความเบาและความกะทัดรัดของมันทำให้ Beretta Mod. 950B / 21A ได้รับความนิยมชมชอบไปทั่วโลก โดยเฉพาะนักเลงปืนที่ชื่นชอบแบรนด์นี้เป็นพิเศษมักสะสมเจ้านี่เพื่อเอาไว้ลูบๆ คลำๆ ตามความชอบ แต่จะใช้เป็นอาวุธต่อสู้จริงๆ จังๆ คงไม่ค่อยมีใครนำไปใช้แบบนั้นจากอำนาจของการหยุดยั้งที่เป็นรองปืนที่มีขนาดลำกล้องที่โตกว่านี้
ข้อดี
– ด้ามจับถนัดมือ
– เล็ก เบา ซ่อนสบายๆ
– กระดกลำกล้องบรรจุกระสุนได้เลย
– ลูกราคาถูก หาได้ง่าย ยิงได้บ่อย
– เซฟ เข้าได้ทุกจังหวะ (ลดนก, ง้างนก)
– เสียงดัง (ยิงแล้วคนมักนึกว่ายิง 9 มม.)

ข้อเสีย
– ต้องเลือกยี่ห้อลูกปืนให้ดี ซื้อลูกความเร็วสูง CCI Stinger
– ไม่มีขอรั้งปลอกกระสุน เวลาลูกติดขัด ต้องกระดกลำกล้อง (บางครั้งก็ไม่ออก) แล้วต้องชักสไลด์อีกครั้ง ทำให้เป็น 2 จังหวะ
– ศูนย์หน้า-หลังเล็กมาก เล็งได้ไม่ดี ใช้ยิงระยะประชิดเท่านั้น

PSA .25
ปืนในขนาด .25 ACP หรือ 6.35 มม. เหมาะมากกับการพกซุกซ่อนแต่ไม่ค่อยจะเหมาะกับการใช้งานโดยทั่วไปเท่าไหร่ครับ เนื่องจาก กระสุนจะดูอ่อนไปหน่อยถ้าเทียบกับขนาดอื่น และตัวเล็กจับไม่ค่อยถนัดมือและเมื่อเวลาฉุกเฉินจะขึ้นลำกระสุนได้ลำบากความแม่นยำจะอยู่ในระยะสั้นๆ ประมาณ 10 เมตร เป็นปืนที่เหมาะกับผู้ที่ชำนาญการใช้อาวุธในการลอบสังหารมากกว่า ระบบเป็น โบลว์แบล็ก..ไกดับเบิลแอ็กชั่นล้วน (นกไม่มีหงอนและตกชิดโครงปืนทุกจังหวะ) น้ำหนักไกออกไปในแนวแข็งพอสมควร คาดว่าประมาณ 12-14 ปอนด์ แต่เวลาเหนี่ยวไกราบเรียบดีไม่มีศูนย์หน้า-หลัง แต่จะเซาะร่องเป็นแนวบนสันสไลด์ ให้พอจับทางเล็งได้ ไม่มีเซฟ และคันค้างสไลด์..ดังนั้น ในทุกจังหวะ ไม่ว่าจะขึ้นลำ หรือ ยิงหมด สไลด์จะปิดเสมอและนกจะตกลดชิดโครงปืนตลอดเวลา (เหมือนปืนลูกโม่ดับเบิลล้วน) และมีเซฟแม็ก ไว้เป็นนิรภัยแบบเดียวของปืน ซึ่งบางท่านไม่ชอบ รูปร่างออกแนวอาวุธของสายลับหรือปืนของสุภาพสตรี (โหดๆ) มีทั้งแบนบาง และไม่มีส่วนใดมีเป็นแง่มุมให้เกาะเกี่ยวเสื้อผ้า เวลาล้วงขึ้นมาใช้งานจากที่เก็บ ปืนขนาด 6.35 เป็นปืนกระเป๋าสำหรับซุกซ่อนเพราะมีขนาดที่เล็กกว่าปืนทั่วไป ใช้เป็นปืนสำรองหรือปืนสำหรับสุภาพสตรีเพราะมีขนาดกะทัดรัด ส่วนมากใช้ยิงที่ระยะหวังผลไม่เกิน 5-10 เมตร ปืนขนาดนี้คนยิงต้องมีความชำนาญในการวางตำแหน่งกระสุนบริเวณสำคัญๆ จากอานุภาพของกระสุนที่ไม่มีอำนาจในการหยุดยั้งหรือไม่รุนแรงพอที่จะทำให้คนร้ายล้มลงได้ทันทีทันใดกระสุนขนาด .25 ACP ของ Winchester แบบ FMJ หัวกระสุนหนัก 50 เกรน ให้ความเร็ว ณ ปากลำกล้องที่ 760 ฟุต/วินาที ให้พลังงาน ณ ปากลำกล้องที่ 64 ฟุตปอนด์

North American Arms.380 Guardian
ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ NAA การ์ดเดียน ขนาด .380 ACP เริ่มสายการผลิตในปี 2544 โดยเป็นปืนพกกึ่งอัตโนมัติขนาดเล็กอีกตัวเลือกหนึ่งที่มีขนาดกระสุนใหญ่ขึ้น และยังคงคุณสมบัติเช่นเดียวกับ NAA การ์ดเดียน ขนาด .32 ACP คือมีความสมบูรณ์ในหลักการของปืนพกซุกซ่อน คือ ความสะดวกในการพกพา ความเชื่อถือได้ และประสิทธิภาพสูง ความจุซองกระสุน 6+1 นัด ความยาวลำกล้อง 2.49 นิ้ว
ความยาวปืน 120 มม. (4.75 นิ้ว) สูง 89.6 มม. (3.53 นิ้ว) หนา 23.6 มม. (.93 นิ้ว) น้ำหนักปืน (ไม่บรรจุกระสุน) 530 กรัม (18.72 ออนซ์) วัสดุสเตนเลสทำให้ NAA .380 Guardian มีโครงปืนที่แข็งแกร่งสุดๆ แถมยังมีด้ามที่จับถือได้ถนัดมือจากการออกแบบแม้จะมีขนาดที่เล็กกว่าปืนพกออโตเมติกทั่วๆ ไป ระบบการยิงของ North American Arms.380 Guardian เป็นแบบอัตโนมัติดับเบิลแอ็กชั่นล้วน ระยะและน้ำหนักของการเหนี่ยวไกเท่ากันทุกนัดทำให้สามารถควบคุมการยิงให้เข้าเป้าได้ดี NAA .380 Guardian เป็นปืนเล็กที่สวยงามและมีประสิทธิภาพพอตัว มีความแม่นยำใช้ได้ สามารถยิงหวังผลในระยะ 10 เมตรแบบไม่หลุดเป้าเล็ก งานประกอบสวยละเอียดประณีต มีขนาดตัวเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับ .380 ด้วยกัน (เล็กกว่าคาวิน ทอมแคท) มีแรงสะท้อนกลับขณะยิงหรือที่นักเลงปืนเรียกกันว่าปืนเตะแรงตามขนาดปืนเล็กลูกโต ไกลากยาวลึกและหนักพอควรจนยิงให้เกาะกลุ่มเจาะเข้ากลางวงทุกเม็ดนั้นยาก

CZ92
เจ้าจิ๋วจอมแสบตัวเล็กแต่กัดเจ็บรุ่นนี้เป็นปืนแมกกาซีนระบบโบลว์แบ็ก กระสุนขนาด 6.35 ไกเป็นแบบดับเบิลแอ็กชั่นล้วนๆเหนี่ยวกระดิกไปเท่าไรก็ออกไปเท่าที่มีลูกอยู่ นกแบบไม่มีหงอนและตกชิดโครงปืนทุกจังหวะ ความรู้สึกในการเหนี่ยวไกออกมาในแนวเซฟตี้ปลอดภัยเพราะทำไกแข็งพอสมควร ประมาณ 8-10 ปอนด์ เวลาเหนี่ยวไกราบเรียบดีมาก CZ92 เป็นปืนสั้นจู๋ที่ไม่มีศูนย์หน้า-หลัง แต่ใช้การเซาะร่องเป็นแนวบนสันสไลด์ ให้พออาศัยได้เล็งไปยังเป้าหมายได้บ้างแต่ไม่ค่อยจะมีใครเอาไปใช้ส่องยิงเนื่องจากความจิ๋วของมันทำให้เล็งได้ยากเย็นเต็มกลืน กลไกแบบไม่มีเซฟ และใช้คันค้างสไลด์ ดังนั้น ในทุกจังหวะ ไม่ว่าจะขึ้นลำ หรือ ยิงหมด สไลด์จะปิดเสมอ และนกจะตกลดชิดโครงปืนตลอดเวลา มันทำตัวเหมือนกลไกของปืนลูกโม่ดับเบิลล้วน มีเซฟแม็กไว้เป็นเกราะนิรภัยแบบเดียวของปืน ซึ่งนักเลงปืนบางคนไม่ชอบ รูปร่างของปืน CZ กระบอกจิ๋วรุ่นนี้ออกมาในแนวมือถือที่แบนและเน้นบางเฉียบ งานประกอบเลิศสะแมนแตนน่าจับน่ายิงไปหมด และไม่มีส่วนใดของตัวปืนที่เป็นแง่เป็นมุมจากการออกแบบให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้การควักออกมาใช้งานไม่มีการเกาะเกี่ยวเสื้อผ้า ทำให้เกิดความปลอดภัยพอสมควร แมกกาซีนหรือซองบรรจุกระสุนได้ 8 นัด สามารถขึ้นลำโหลดลูกเข้าลำกล้องคาไว้ได้อีกหนึ่งนัด เป็นแบบ 8+1 สบายใจหายห่วงเนื่องจากกลไกนกตกตลอด ระยะยิง 25 เมตร แทบไม่หลุดจากคอขวดเป้าหุ่นคนเล็ก หากยิงในระยะประชิดตัว ราตรีสวัสดิ์ตัวใครตัวมัน กระสุนขนาด 6.35 mm. ความยาวตลอด 128 mm. หนา 21 mm. สูง 80 mm. น้ำหนัก 450 g. น้ำหนักไก 6 ปอนด์ บรรจุ 8 นัด ระยะหวังผล 25 m.

Ruger Lcp
ปืนพกซ่อนขนาดจิ๋วซึ่งนิยมกันมากในกลุ่มเจ้าหน้าที่ปราบปราม คนเล่นปืน รวมถึงมิจฉาชีพที่ชอบพกอาวุธเล็ก Ruger Lcp มีไกแข็งเป็นหิน กลไกในการเหนี่ยวเป็นระบบดับเบิลแอ็กชั่น ง้างนกก่อนยิงไม่ได้ และไม่มีเซฟให้ปลด แต่ข้อดีก็คือยิงในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องนกไปเกี่ยวเสื้อผ้า/ขอบกางเกง หรือลืมปลดเซฟ การพกพานิยมโหลดลูกเข้าไปในรังเพลิง กลไกลที่ออกแบบมาโดยเน้นไปที่ความปลอดภัยของคนพกในการใช้งานไม่ลั่นได้ง่ายๆ หรือเล่นง่ายด้วยวิธีการทำให้ไกแข็งเอาไว้ก่อน สำหรับ Ruger Lcp ทั้งเล็กและเบา กระสุน .380 ACP อานุภาพแรงพอตัวโดนจุดสำคัญก็จอดไม่ต้องแจว Lcp เป็นปืนพกซ่อนขนาดเล็กที่เบามาก โดยมีน้ำหนักเพียง 266.48 กรัม ยาว 5.16 นิ้ว บาง 0.82 นิ้ว ความเบาเกิดจากวัสดุที่ใช้ทำปืนรุ่นนี้ เช่น High Performance Glass-Filled Nylon กับ Through-Hardened Steel ประสิทธิภาพ ระยะสิบเมตรเหนี่ยวเรื่อยๆจนหมดมีหลุดแค่ 1 นับว่ามีความแม่นยำพอตัวทั้งๆ ที่มีขนาดพอๆ กับโทรศัพท์มือถือ

กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนที่ควรรู้
ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ครอบครองอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายก็มีความผิดเช่นกัน คำว่า “มีอาวุธปืน” หมายถึง มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครอง “มีกรรมสิทธิ์” หมายถึง เป็นเจ้าของอาวุธปืน “มีไว้ในครอบครอง” หมายถึง ยึดถืออาวุธปืน โดยมีเจตนายึดถือเพื่อตนเอง “ยึดถือ” หมายถึง กิริยาที่รับ ถือ หรือเอามารักษาไว้

กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามมิให้บุคคลพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ เช่น ถือปืนติดตามคนร้าย หรือไฟไหม้บ้านต้องขนของและปีนหนีออกจากบ้าน หรือต้องพกปืนเพื่อป้องกันตัว เพราะนำเงินจำนวนมากติดตัวไปต่างจังหวัด

มาตรา 8 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคสองด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท ผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคสองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีปืนเถื่อนคือ ปืนไม่มีทะเบียน มีโทษ จำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท

กรณีปืนผิดมือคือ ปืนมีทะเบียน (ทะเบียนจะออกให้ผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ) แต่อยู่ในความครอบครองของคนอื่น มีโทษ จำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท

ปืนประเภทต่างๆ

ใช่ว่าทุกคนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปืนและเมื่อพวกเขาเห็นถึงความแตกต่างของปืนชนิดต่างทีมี ก็จะต้องมีคำถามเกิดขึ้น มีคำศัพท์บางคำที่ใช้สำหรับภาษาปืนและไม่ค่อยมีความหมายกับคนที่ไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ นี่คือคำศัพท์ของเราเกี่ยวกับปืนชนิดต่างๆที่พร้อมใช้งาน กึ่งอัตโนมัติ ชนิดใหญ่

ความหลากหลายของปืนชนิดต่างๆ
ใช่ว่าทุกคนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปืนและเมื่อพวกเขาเห็นถึงความแตกต่างของปืนชนิดต่างทีมี ก็จะต้องมีคำถามเกิดขึ้น มีคำศัพท์บางคำที่ใช้สำหรับภาษาปืนและไม่ค่อยมีความหมายกับคนที่ไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ นี่คือคำศัพท์ของเราเกี่ยวกับปืนชนิดต่างๆที่พร้อมใช้งาน

กึ่งอัตโนมัติ
ส่วนใหญ่ปืนพกสมัยใหม่ที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่ง หมายความว่าสามารถป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงเองได้อัตโนมัร แต่ไม่สามารถยิงได้ในตัวเหมือนปืนกล ซึ่งทุกครั้งคุณต้องเหนี่ยวไกปืนแล้วยิงออกไปทีละนัด ปืนเหล่านี้ก็สามารถประจุเองเมื่อมีึการยิงออกไป นี่ึิคือความแตกต่างของปืนลูกซองที่ต้องใช้ “การขึ้นนก” ซึ่งมีลักษณะของนกสับถูกง้างมาติดอยู่ในจังหวะที่พร้อมยิงในรอบต่อไป มีปืนลูกซองจำนวนมากที่สามารถใช้งานได้เช่น ปืนลูกซองปั้ม การกระทำคันโยก การกระทำสลักเกลียว และปืนพกเกือบทั้งหมด

แบบอัตโนมัติ
ปืนอัตโนมัติจะทำงานเมื่อมีการเหนี่ยวไกปืนนิ่งไว้ ปืนก็จะสามารถปลอกป้อนกระสุน ปิดรังเพลิง และยิงได้เองในตัวแบบต่อเนื่องไปจนกว่ากระสุนจะหมดแม็กกาซีน ซึ่งแน่นอนว่า ถ้ากระสุนหมดแม็กแลัวปืนก็จะหยุดยิงเอง ปืนประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะมีความร้อนจัดและติดขัดในลำกล้องซึ่งต้องให้ความสนใจและบำรุงรักษาเป็นพิเศษ ประเทศส่วนใหญ่ได้สั่งห้ามจำหน่ายอาวุธเหล่านี้แก่ประชาชนทั่วไป นอกเหนือจากตัวแทนจำหน่ายและนักสะสมที่ต้องทำเรื่องยื่นขอเป็นพิเศษเพื่อที่จะมีไว้ในครอบครอง

ปืนกล
ปืนกล สามารถยิงได้โดยอัตโนมัติ ปืนเหล่านี้โดยหลักๆใช้ในกองทัพและหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายและเรียกว่า “อาวุธหนัก” ตัวอย่าง เช่น M60 หรือ M240 ซึ่งใช้เข็มขัดของกระสุน ปืนส่วนใหญ่ที่รู้จักมักยิงกระสุนด้วยความเร็วสูงเช่นในระยะไกล ปืนกลยังมีปืนที่มีน้ำหนักเบาและมีความสามารถในการยิงได้อย่างรวดเร็ว เช่น ปืนกลมือ ซึ่งปกติจะใช้กระสุนปืนชนิดเดียวกันกับปืนพก ตัวอย่างของปืนกลมือคือ Uzis และ “Tommy guns”

ปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง ปืนสั้น
อันนี้ต่อจากที่แปลยังไม่เสร็จใน หัวข้อ ปืน 3 กระบอกที่ดีที่สุดสำหรับกีฬายิงปืน การยิงปืนไรเฟิล ถูกกำหนดด้วยปืนไรเฟิลสไตล์ AR-15 และคู่แข่งสามารถปรับเปลี่ยนปืนของตัวเองให้เหมาะสมกับสไตล์ เช่น การเปลี่ยนเป็นอาวุธโจมตี คือคำศัพท์ที่ใช้อธิบายถึงปืนสไตล์ทหาร เช่นปืนสั้นหรือกึ่งอัตโนมัติ ปกติปืนเหล่านี้จะยิงกระสุนปืนด้วยความเร็วสูงและจะถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ารูปหรือรูปแบบบางอย่างเพื่อให้สามารถใช้ในสถานการณ์สู้รบได้ ตัวอย่างของปืนประเภทนี้คือ AK-47 และ M16 / M74 ปืนเหล่านี้ยังมีสามโหมดที่นักกีฬายิงปืนสามารถเลือกใช้โดยอัตโนมัติ กึ่งอัตโนมัติ หรือการยิงสามนัด กระสุนสำหรับอาวุธยุทโธปกรณ์หนัก ถูกบรรจุไว้ในแม็กกาซีน ซึ่งบรรจุกระสุนเข้าไปในปืน บางคนเรียกแม็กกาซีนว่าเป็น “คลิป” แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เข้าใจผิดเพราะ “คลิป” ที่แท้จริงไม่มีการเปิดเผย ข้อตกลงเหล่านี้ครอบคลุมปืนชนิดต่างๆที่ผลิตในทุกวันนี้ อย่างเห็นได้ชัดมีหลายประเภทและรูปแบบ แต่ปืนส่วนใหญ่ก็อยู่ครอบคลุมอยู่ในวงกว้างๆเหล่านี้

ถ้าคุณชอบปืนยิงและต้องการไปเที่ยวชมการสนามยิงปืนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แล้วทำไมคุณถึงไม่ไปที่ สนามยิงปืน Light Bullet Shooting Range เพื่อความสนุกสนามกับงานอดิเรกของคุณ

ปืนแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด เลือกปืนผิดชีวิตอาจเปลี่ยน

ปืนแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด

ผมเชื่อว่าหลายคนโดยเฉพาะมือใหม่ที่กำลังมองหาปืนกระบอกแรกในชีวิต(และอาจเป็นกระบอกเดียวด้วย) ตัดสินใจลำบากที่จะเลือกปืนลูกโม่ (Revolver) หรือปืนกึ่งอัตโนมัติ (Pistol, Semiautomatic handgun) ดี คำถามยอดฮิตสำหรับมือใหม่ก็คือ “ปืนชนิดไหนดีที่สุด” (เนื่องจากคงมีได้กระบอกเดียวก็อยากได้ปืนที่ดีที่สุดไปใช้)

ถ้าผมบอกว่าปืนลูกโม่ดีที่สุด เพราะเป็นปืนที่เกิดขึ้นมาก่อน เป็นปืนที่มีประวัติยาวนานขนาดคนอเมริกันใช้บุกเบิกประเทศก็คงมีคนแย่งว่า ปืนลูกโม่เป็นอดีตไปแล้ว ปัจจุบันปืนกึ่งอัตโนมัติครอบครองส่วนแบ่งการตลาดอาวุธปืนมากที่สุดในโลก ซึ่งก็คงมีคนยกมือขึ้นค้านอีกโต้เถียงกันไปมาไม่มีที่สิ้นสุด

คำถามที่ควรถามมากกว่าคือ “ปืนแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด” ซึ่งคำถามนี้ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวคุณเอง ผมขอแนะนำว่าก่อนตัดสินใจเลือกปืนสักกระบอกมาใช้งาน ควรศึกษาปืนแต่ละแบบให้ดีเสียก่อนทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด และเมื่อมีปืนแล้วก็ควรหมั่นฝึกซ้อมยิงปืนโดยเรียนรู้จากครูสอนยิงปืนมืออาชีพ อย่างเช่น ชมรมยิงปืน Thai tactical shooting club หรือ TAS เพราะการยิงปืนควรเริ่มต้นอย่างถูกวิธี ถ้าเราเรียนรู้สิ่งผิดๆไปแล้วการกลับมาแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก (แต่ก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้)

ผมจะกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างปืนลูกโม่กับปืนกึ่งอัตโนมัติที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่พอสังเขปเพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจในการเลือกปืนสักกระบอกมาใช้งาน โดยส่วนหนึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวซึ่งบุคคลอื่นอาจเห็นแตกต่างไปได้

1. ความสวยงาม หนังบู๊ล้างผลาญตามโรงหนังส่วนใหญ่ใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติเพราะดูเท่ห์ เก๋ ปราดเปรียว ซึ่งก็จริงของเขาปืนกึ่งอัตโนมัติมีการออกแบบที่หลากหลายทำให้รูปทรงมีความแตกต่างออกไปได้มาก ส่วนปืนลูกโม่ดูเรียบง่ายมาหลายร้อยปีรูปทรงเปลี่ยนแปลงน้อยมาก คนส่วนใหญ่ถ้าถามว่าชอบรูปทรงปืนแบบไหนก็คงตอบว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ แต่กระนั้นก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่อาจตอบว่าปืนลูกโม่ ดังนั้นเรื่องความสวยงานนั้นก็ถือเป็นเอกสิทธ์ของแต่ละบุคคลไม่ขอวิจารณ์ครับ

2. วงกระสุน ศัพท์นี้ฟังแปลกๆในที่นี้ผมหมายถึง จำนวนกระสุนที่บรรจุได้ สำหรับปืนลูกโม่ก็ประมาณ 5 ถึง 6 นัดเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดกระสุนที่ใช้เช่น ถ้าเป็นกระสุนขนาด .38 นิ้ว หรือ .357 แม็กนั่ม ถ้าเป็นปืนโครงเล็กก็บรรจุกระสุนได้ 5 นัดแต่ถ้าเป็นโครงกลางถึงใหญ่ก็ 6 นัด แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติถ้าใช้กระสุนขนาด 9 มม. อาจบรรจุกระสุนได้ถึง 10 กว่านัดแถมยังสามารถใส่เพิ่มในรังเพลิงเตรียมพร้อมได้อีกหนึ่งนัด ถ้าใช้กระสุนขนาด .45 นิ้วก็อาจบรรจุในแม็กกาซีนหรือซองกระสุนได้ตั้งแต่ 7 ถึง 8 นัดเสียเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นบางรุ่นที่บรรจุได้มากขึ้นอีกเล็กน้อย อีกทั้งยังเพิ่มอีกหนึ่งนัดในรังเพลิงถือเป็นโบนัสทำให้วงกระสุนมากกว่าปืนลูกโม่อย่างไม่มีข้อสงสัย แต่เราควรรู้ว่าจากสถิติ (มีการศึกษาในอเมริกา) การใช้อาวุธปืนต่อสู้ในสถานการณ์จริงนั้นวงกระสุนที่ใช้มักไม่เกิน 3 ถึง 4 นัดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นวงกระสุนของปืนลูกโม่จึงเพียงพอสำหรับการใช้งาน โอกาสที่เราจะต้องยิงบู๊ล้างผลาญเหมือนในหนังบอกได้คำเดียวว่า ยาก…… แต่กระนั้นบางคนอาจบอกว่ามีวงกระสุนมากๆไวก่อนอุ่นใจดี อันนี้ก็คงไม่ขอขัดอะไรเพราะเป็นเรื่องของจิตใจ

3. ความแม่นยำ ทุกคนก็คงอยากได้ปืนที่มีความแม่นยำชนิดที่หลับหูหลับตายิงก็โดน แต่ในความเป็นจริงแล้วผมเห็นว่าปืนมีส่วนในเรื่องความแม่นยำไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เพราะปืนส่วนมากแล้วผลิตมาจากโรงงานที่มีชื่อเสียงได้มาตรฐาน เมื่อนำปืนแต่ละรุ่นมาทดสอบความแม่นยำอาจมีความแตกต่างกันบ้างแต่ก็หนีกันไม่เท่าไร ดังนั้นความแน่นยำขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้ปืนนั้นมากกว่า ปืนลูกโม่กับปืนกึ่งอัตโนมัติผมให้คะแนนเท่ากันในเรื่องความแม่นยำเมื่อใช้งานตามปกติ

4. ความเชื่อถือได้ของปืน หมายความว่ากลไกการทำงานของปืนมีโอกาสติดขัดน้อย เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ปืนแต่มันกลับไม่ทำงานก็เป็นฝันร้ายของเจ้าของปืนนั้น ดังนั้นปืนที่ดีควรต้องทำงานได้อย่างราบลื่นไม่ติดขัดเพราะเราฝากชีวิตไว้กับมันในยามวิกฤติ ปืนลูกโม่มีประวัติการใช้งานยาวนานมากว่าร้อยปีกลไกการทำงานไม่ซับซ้อน ในขณะที่ปืนกึ่งอัตโนมัติมีการบริหารกลไกซับซ้อนกว่า เป็นที่ยอมรับกันว่าปืนลูกโม่มีโอกาสติดขัดได้น้อยกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ แต่ปัจจุบันปืนกึ่งอัตโนมัติสมัยใหม่มีการพัฒนาไปมากทำให้การบริหารกลไกมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นใกล้เคียงกับปืนลูกโม่

5. เหตุติดขัดระหว่างยิง ที่พบบ่อยก็คือกระสุนด้าน ถ้าเป็นปืนลูกโม่ก็แค่เหนี่ยวไกยิงนัดถัดไปได้เลย แต่ถ้าเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติเราต้องกระชากสไลด์เพื่อคัดกระสุนที่ด้านนั้นออกก่อนและป้อนกระสุนนัดใหม่เข้ารังเพลิงจึงจะยิงต่อไปได้ซึ่งเสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่อย่างแน่นอน นอกจากนั้นอาจพบภาวะที่ปลอกกระสุนติดอยู่ที่ช่องคัดปลอกกระสุนไม่กระเด็นออกมา หรือใส่ซองกระสุนไม่สุดทำให้กระสุนไม่เข้ารังเพลิง กระสุนเก่าเก็บดินขับอ่อนแรงปืนลูกโม่ก็สามารถยิงได้แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติอาจมีปัญหาถ้าเก่าจนแรงขับของดินปืนไม่มากพอที่จะดันลูกเลื่อนให้ถอยหลังได้เต็มที่ปืนก็จะติดขัดได้ โดยรวมๆแล้วปืนกึ่งอัตโนมัติมีปัญหาจุกจิกระหว่างการยิงได้บ่อยกว่าปืนลูกโม่

6. การดูแลรักษา โดยเฉพาะหลังยิงปืนเราต้องทำความสะอาดปืนเพื่อขจัดคราบดินปืนและตะกั่ว ในกรณีปืนกึ่งอัตโนมัติมีชิ้นส่วนที่ต้องถอดออกมาทำความสะอาดมากกว่าปืนลูกโม่ ระยะเวลาการทำความสะอาดก็แล้วแต่ความพิถีพิถันของเจ้าของปืนซึ่งอาจเรียกได้ว่าใกล้เคียงกัน สำหรับผมแล้วปืนลูกโม่ใช้เวลาทำความสะอาดนานกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติเล็กน้อยส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการทำความสะอาดโม่ซึ่งมีหลายรู แต่เท่าที่ถามคนอื่นใช้เวลากับปืนลูกโม่น้อยกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ

7. อำนาจหยุดยั้ง (Stopping power) ในที่นี้หมายถึงว่าเมื่อยิงปืนถูกเป้าหมายไปแล้วหนึ่งนัดโอกาสที่จะหยุดเป้าหมายไม่ให้ตอบโต้กลับมาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งอำนาจหยุดยั้งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกระสุนปืนเสียมากกว่า จากข้อมูลที่มีอยู่กระสุน .38 นิ้วอำนาจการหยุดยั้งประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็นกระสุนขนาด .357 แม็กนั่มแล้วอำนาจหยุดยั้งแปดสิบถึงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์และมีอำนาจในการสังหาร (Killing power) สูงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์จึงได้สมยานามว่า A mankiller สำหรับกระสุน 9 มม. มีอำนาจหยุดยั้งได้ดีกว่ากระสุน .38 นิ้วเล็กน้อย ในขณะที่กระสุนขนาด .45 นิ้วมีอำนาจหยุดยั้งเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์จนได้ชื่อว่า A manstopper จะเห็นได้ว่ากระสุน .357 แม็กนั่มเมื่อยิงถูกเป้าหมายแล้วมีโอกาสตายสูงแต่อาจไม่สามารถหยุดยั้งได้ในทันที

แต่กระสุน .45 นิ้ว มีโอกาสหยุดยั้งเป้าหมายได้ในนัดแรกสูงกว่า (พบว่าอำนาจหยุดยั้งของกระสุนปืนขึ้นกับน้ำหนักหัวกระสุน, ขนาดหน้าตัดของหัวกระสุน, ความเร็ว, รูปร่างของหัวกระสุน เป็นต้น) โดยหลักการแล้วเราต้องการกระสุนที่มีอานุภาพหยุดยั้งภัยคุกคามได้ในนัดแรกไม่เช่นนั้นแล้วเขาอาจยิงตอบโต้กลับมาได้ทำให้เราบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วทุกคนอาจเลือกกระสุน .45 นิ้วกันหมดซึ่งก็ต้องใช้กับปืนกึ่งอัตโนมัติเท่านั้น (ความจริงแล้วมีปืนลูกโม่บางรุนที่สามารถใช้กระสุน .45 นิ้วได้ แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะโครงปืนใหญ่มากไม่คล่องตัว) แต่ในความเป็นจริงแล้วปืนที่ใช้กับกระสุน 9 มม. หรือ .38 นิ้ว กลับได้รับความนิยมมากกว่า ส่วนเรื่องอำนาจหยุดยั้งหรืออำนาจสังหารอาจชดเชยได้ด้วยการยิงแบบ Double taps (ยิงสองนัดติดๆกันอย่างรวดเร็ว)

8. การพกซ่อน ในเรื่องนี้คงต้องยกให้ปืนกึ่งอัตโนมัติได้เปรียบไปอย่างเห็นๆ เพราะโครงปืนแบนราบไม่มีส่วนโค้งนูนชัดเจนเหมือนปืนลูกโม่ทำให้การพกซ่อนทำได้แนบเนียนกว่า แต่ปืนลูกโม่ที่โครงปืนเล็กก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก (บางรุ่นเล็กมากจนเหมือนปืนแก็ปก็มี) สามารถพกซ่อนได้เช่นกัน

9. อุปกรณ์เสริม คงต้องยอมรับว่าปืนกึ่งอัตโนมัติมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้มากกว่าเช่น ศูนย์ไฟฉายหรือศูนย์เลเซอร์สามารถนำมาติดกับตัวปืนได้ (ตัวปืนต้องมีรางสำหรับติดอุปกรณ์เสริมด้วย) และเมื่อติดอุปกรณ์เหล่านี้เข้าไปแล้วปืนกึ่งอัตโนมัติจะดูเท่มากขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องแลกกับปืนที่หนักขึ้นและคล่องตัวน้อยลง ส่วนปืนลูกโม่ส่วนใหญ่ตัวปืนเองไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ดังนั้นจึงหาอุปกรณ์เสริมสำหรับปืนลูกโม่ไม่ง่ายนักและไม่ค่อยได้รับความนิยม สำหรับผมแล้วใช้ไฟฉายชนิดที่ไม่ติดกับตัวปืน (Tactical flashlight) ทำให้สามารถใช้ได้กับทั้งปืนลูกโม่และปืนกึ่งอัตโนมัติ

10. น้ำหนักไกปืน สำหรับปืนลูกโม่แล้วส่วนใหญ่ต้องให้ช่างปืนปรับแต่งไกปืนให้เพราะน้ำหนักไกปืนที่มากับโรงงานมักแข็งเกินไปแต่การปรับแต่งนั้นทำได้ง่ายกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติมาก ส่วนปืนกึ่งอัตโนมัติส่วนใหญ่ก็ต้องปรับแต่งเช่นกันแต่บางรุ่นมีการปรับแต่งไกมาให้จากโรงงานแล้วจึงไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอีก ยกเว้นผู้ยิงที่ต้องการไกปืนที่น้ำหนักเบาขึ้นไปอีกหรือปืนยิงแข่งขันซึ่งต้องปรับแต่งอีกมาก

11. ความคงทนในการใช้งาน ในแง่ของวัสดุที่ทำปืนทั้งสองชนิดมีความใกล้เคียงกันเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นปืนบางรุ่นหรือบางแบบที่ทำจากวัสดุที่แตกต่างออกไปเช่น ปืนลูกโม่มีการนำไททาเนียมหรือสแกนเดียมมาทำปืนเพื่อให้มีน้ำหนักเบาลงในขณะที่ยังคงมีความทนทานในการใช้งานแต่ก็ทำให้ราคาปืนสูงขึ้นไปด้วย ในขณะที่ปืนกึ่งอัตโนมัติมีการนำพลาสติกโพลิเมอร์ชนิดพิเศษมาทำโครงปืนเพื่อให้น้ำหนักปืนเบาลงเช่นกัน (สไลด์และลำกล้องปืนยังทำจากเหล็กอยู่) แต่อายุการใช้งานก็อาจสั้นกว่าวัสดุอื่น โดยทั่วไปปืนลูกโม่มีส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติในขณะที่ทำการยิงจึงมีการสึกหรอจากการใช้งานน้อยกว่า โดยรวมๆผมว่าปืนลูกโม่เป็นต่ออยู่เล็กน้อย

12. การบำรุงรักษา ในแง่นี้ขอพูดถึงการดูแลชิ้นส่วนภายในปืนเพื่อทำให้ปืนยังใช้งานได้ดีอยู่ สำหรับปืนกึ่งอัตโนมัติอาจต้องการการบำรุงรักษามากกว่าปืนลูกโม่เพราะมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวมากกว่าจึงมีการสึกหรอได้ง่าย สปริงของปืนกึ่งอัตโนมัติควรเปลี่ยนตามคู่มือที่แนบมากับปืนแต่ละกระบอกแนะนำ เพื่อให้ปืนสามารถทำงานได้อย่างไม่ติดขัด อีกทั้งสปริงภายในแม็กกาซีนต้องหมั่นตรวจเช็คเพราะอาจมีอาการล้าตัวทำให้ป้อนกระสุนได้ไม่ดีเป็นเหตุให้ปืนติดขัดได้ นักยิงปืนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเปลี่ยนสปริงภายในปืนกึ่งอัตโนมัติตามที่คู่มือแนะนำเพราะไม่ได้บันทึกว่าได้ยิงไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว ดังนั้นถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่มีในปืนกึ่งอัตโนมัติซึ่งไม่ได้รับการเปลี่ยนอะไหล่ตามกำหนด

13. กระสุนซ้อม เมื่อมีปืนแล้วก็ต้องซ้อมยิงให้ชำนาญเผื่อเวลาใช้งานจริงจะได้ไม่ยิงพลาดไปถูกคนอื่น ในแง่ของกระสุนซ้อมแล้วกระสุน .38 นิ้ว กับ 9 มม. ราคาโดยทั่วไปเท่ากัน ส่วนกระสุนขนาด .357 แม็กนั่มไม่มีกระสุนซ้อม จึงใช้กระสุนขนาด .38 นิ้วแทน (ความจริงกระสุน .38 นิ้วหน้าตัดกระสุนเท่ากับ .357 นิ้วดังนั้นปืน .357 แม็กนั่มจึงสามารถใช้กระสุน .38 นิ้วแทนได้แต่ปืน .38 ไม่สามารถนำกระสุน .357 แม็กนั่มมาใส่ได้ถึงแม้หน้าตัดกระสุนจะเท่ากัน เพราะกระสุน .357 นิ้ว แม็กนั่มยาวกว่า .38 นิ้วเล็กน้อยดังนั้นเมื่อใส่ในโม่แล้วจะปิดโม่ไม่ได้ การที่ตัวเลขหน้าตัดของกระสุนต่างกันแต่กลับมีขนาดเท่ากันเป็นเพราะว่ากระสุน .38 นิ้วนั้นเกิดมาร้อยกว่าปีแล้ว เครื่องมือการวัดในสมัยนั้นไม่ค่อยเที่ยงตรงเท่าไร เมื่อเครื่องมือดีขึ้นพบว่าหน้าตัดจริงๆเป็น .357 นิ้วแต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ยังคงใช้ชื่อเดิมอยู่) ส่วนกระสุนซ้อมขนาด .45 นิ้วราคาสูงกว่า 9 มม. พอสมควร การเลือกใช้ปืนก็อาจต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมด้วย

14. ความง่ายในการใช้งาน ปืนลูกโม่แค่ใส่กระสุนเข้าโม่ ปิดโม่ แล้วยิงได้เลย แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติเมื่อใส่ซองกระสุนแล้วต้องกระชากสไลด์ถอยหลังเพื่อป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงและง้างนกสับก่อนจึงจะยิงได้ ซึ่งเสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่เล็กน้อย ในกรณีที่ยิงจนหมดแล้วการบรรจุกระสุนใหม่ปืนกึ่งอัตโนมัติแค่ปลดซองกระสุนเก่าออกแล้วเสียบซองกระสุนใหม่เข้าไป จากนั้นปลดล็อคคันค้างสไลด์เพื่อป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงแล้วยิงต่อได้เลยซึ่งใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่ลูกโม่เมื่อเทปลอกกระสุนออกจากโม่แล้วต้องใส่ลูกปืนลงไปใหม่ด้วยมือซึ่งเสียเวลาพอสมควร ซึ่งเงื่อนไขนี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อได้เตรียมซองกระสุนซึ่งบรรจุกระสุนไว้ก่อนแล้วเท่านั้น เพราะถ้าต้องมานั่งบรรจุกระสุนใส่ในซองกระสุนแล้วค่อยเสียบเข้าตัวปืนก็คงเสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่เป็นแน่ ในทางกลับกันถ้าผู้ใช้ปืนลูกโม่ได้เตรียมกระสุนใส่ในสปีดโรดเดอร์ (Speed loader) หรือเจ็ตโรดเดอร์ (Jet loader) ไว้ก่อนแล้ว ระยะเวลาในการบรรจุกระสุนใหม่ก็ไม่แพ้ปืนกึ่งอัตโนมัติ นอกจากนั้นบางท่านที่ใช้ปืนลูกโม่แม้จะบรรจุกระสุนด้วยมือก็ไม่ได้ช้ากว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ แต่ต้องฝึกฝนกันพอสมควร(ผมถือว่าพวกนี้เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษครับ)

หากต้องการทำให้ปืนอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยไม่ลั่นออกมาเองสำหรับปืนลูกโม่ก็ง่ายมากแค่เปิดโม่ปืนก็ปลอดภัยแล้ว แต่สำหรับปืนกึ่งอัตโนมัติต้องทำหลายขั้นตอนกว่าปืนจะถือได้ว่าปลอดภัย (ต้องทำตามลำดับดังนี้ ปลดซองกระสุน กระชากสไลด์ 2–3 ครั้ง มองดูในช่องรังเพลิงว่าไม่มีกระสุนค้างอยู่ภายใน เหนี่ยวไกยิงทิ้งไปหนึ่งครั้ง)

นอกจากนั้นเวลาเก็บปืนที่บรรจุกระสุนไว้แล้วเพื่อความปลอดภัยและพร้อมใช้งานเมื่อยามจำเป็น สำหรับปืนลูกโม่ถึงบรรจุกระสุนในโม่จนเต็มก็ถือว่าปลอดภัย ปืนตกพื้นอย่างไรก็ไม่ลั่นออกมาเองได้อย่างแน่นอน นั้นคือจุดเด่นอีกข้อของปืนลูกโม่ในแง่ความปลอดภัย และเมื่อต้องการใช้ปืนก็หยิบขึ้นมายิงได้ทันที ส่วนปืนกึ่งอัตโนมัติมีหลายวิธีในการเก็บปืนหากบรรจุกระสุนในซองกระสุนและใส่ในตัวปืนแล้ว วิธีแรกไม่ต้องกระชากสไลด์เพื่อป้อนกระสุนนัดแรกเตรียมไว้ก่อนก็ถือว่าปลอดภัยทีเดียว เพราะไม่มีกระสุนอยู่ในรังเพลิงไม่มีโอกาสที่กระสุนจะลั่นออกไปได้ แต่ยามจะใช้งานขึ้นมาก็ต้องเสียเวลากระชากสไลด์ก่อนหนึ่งครั้งเพื่อป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงจึงจะยิงได้ซึ่งเสียเวลาอยู่พอสมควร ในยามวิกฤติทุกวินาทีหมายถึงชีวิต

แต่ถ้าป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงไว้ก่อนก็ต้องหาวิธีทำให้ปืนปลอดภัยจากการตกหล่นแล้วลั่นหรือปืนลั่นออกไปได้ง่ายเกินไปจึงอาจต้องขึ้น Safety ของปืนไว้เพื่อทำให้เหนี่ยวไกไม่ได้และขัดกับสไลด์ไว้ เวลาจะยิงก็ต้องอย่าลืมปลด Safety ด้วยไม่อย่างนั้นก็ยิงไม่ออก (ในเวลาคับขันอาจลืมได้) หรืออีกวิธีหนึ่งคือปืนที่มีระบบการลดนกสับลงครึ่งหนึ่งหรือลดลงจนชิดโครงปืนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งปืนจะยิงไม่ได้จนกว่าจะง้างนกสับถอยหลังจนสุด (ในเวลาคับขันก็ยังอาจลืมได้เช่นกัน) ในปืนกึ่งอัตโนมัติบางยี่ห้อหรือบางรุ่นไม่มี Safety หรือระบบลดนกมาให้ ดังนั้นความปลอดภัยในการใช้ปืนจึงขึ้นอยู่กับผู้ที่ถือปืนกระบอกนั้นเท่านั้น โดยรวมๆแล้วปืนลูกโม่ทำให้ปลอดภัยได้ง่ายกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ

15. ด้ามปืนที่เหมาะสมกับมือ สำหรับปืนลูกโม่แล้วมีด้ามปืนให้เลือกมากมายหลายขนาดและหลายแบบ เราสามารถเลือกให้เหมาะกับมือได้ง่ายกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติซึ่งด้ามปืนเป็นที่อยู่ของซองกระสุนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากนัก

16. ปืน Single action หรือ Double action ขอยกตัวอย่างปืนลูกโม่เวลายิงปืนนกสับจะทำงานสองจังหวะคือ จังหวะแรก นกสับที่อยู่ชิดโครงปืนต้องง้างถอยหลังออกมาจนสุด จังหวะที่สองคือ นกสับดีดกลับไปชิดโครงปืนทำให้เข็มแทงชนวนกระแทกกับจานท้ายกระสุนเพื่อจุดระเบิดดินปืนส่งผลให้กระสุนลั่นออกไป ปืน Single action หมายถึงเราต้องง้างนกสับถอยหลังมาก่อนจึงจะเหนี่ยวไกเพื่อปล่อยให้นกสับดีดกลับไปกระแทกจานท้ายปลอกกระสุน ถ้าเราไม่ง้างนกสับให้ก่อนก็จะยิงไม่ได้ ส่วนปืน Double action เราสามารถเหนี่ยวไกได้เลยในขณะที่นกสับอยู่ชิดโครงปืน ช่วงที่เหนี่ยวไกอยู่นั้นนกสับจะทำงานทั้งสองจังหวะโดยถอยหลังออกมาจนถึงระยะหนึ่งก็จะดีดตัวกลับไปกระแทกจานท้ายปลอกกระสุนทำให้ลูกปืนลั่นออกไป ปืนลูกโม่สมัยใหม่ส่วนใหญ่สามารถยิงได้ทั้งสองแบบ แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติส่วนใหญ่เป็น Single action มีส่วนน้อยเป็น Double action ในสหรัฐบางรัฐห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติที่เป็น Double action เพื่อความปลอดภัย

จะเห็นได้ว่าไม่มีสิ่งใดในโลกสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งปืนลูกโม่และกึ่งอัตโนมัติก็มีข้อดี ข้อด้อย ข้อจำกัด ของมันเอง การเลือกปืนใช้งานก็ต้องมาดูว่าเรายอมรับข้อบกพร่องจุดไหนได้บ้าง ที่สำคัญควรทดลองยิงปืนทั้งสองชนิดก่อนตัดสินใจ (เวลาไปยิงที่สนามยิงปืนอาจขอเช่าปืนแต่ละชนิดมาทดลองยิงดู หรือเวลาเรียนยิงปืนอาจขอลองยิงปืนหลายๆแบบดู แล้วพิจารณาว่าปืนแบบไหนเหมาะกับเรามากที่สุด)
และเมื่อมีปืนแล้วเราต้องทำความรู้จัก ทำความคุ้นเคยกับมันเพื่อให้รู้ข้อดี ข้อด้อย และฝึกฝนการใช้งานให้เกิดความชำนาญและความปลอดภัย

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”

“ไทย” ครอบครองปืนมากสุดในอาเซียน

มีการสำรวจจากองค์กรที่จัดทำข้อมูลการซื้อขายและความโปร่งใสในการครอบครองอาวุธปืนที่พลเรือนครอบครองได้ พบว่าไทยครอบครองปืนมากสุดในอาเซียน ขณะเดียวกันในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับอาวุธปืนหลายคดี นำไปสู่การตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมการเข้าถึงปืน

องค์กร Small Arms Survey จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายและความโปร่งใสในการครอบครองอาวุธปืนที่พลเรือนครอบครองได้ พบว่าปี 2017 ทั่วโลกมีอาวุธปืนกว่าพันล้านกระบอก โดยสหรัฐอเมริกา ครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ขณะที่ไทยอยู่ในอันดับ 13 ของโลก มีราว 10.3 ล้านกระบอก และยังพบว่าไทยครอบครองปืนสูงที่สุดในอาเซียน จึงกลายเป็นคำถามว่าไทยนำเข้าอาวุธแบบที่พลเรือนครอบครองได้มาก แล้วมาตรการควบคุมการเข้าถึงเหมาะสมหรือไม่ และมีประสิทธิภาพแค่ไหน

1 in 4 Children Exposed to Weapon Violence, and Other News

จากกรณีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะอย่างห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่คดีชิงทอง จ.ลพบุรี มาจนถึงเหตุกราดยิงที่ห้างเทอมินอล 21 จ.นครราชสีมา และการออกมาโพสต์ภาพอาวุธปืน พร้อมข้อความเลียนแบบการก่อเหตุในที่สาธารณะ รวมถึงเหตุการณ์ชายคนหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากตัวบ้าน บริเวณจุฬาฯ ซอย 10 และเหตุการณ์ยิงถล่มร้านตกแต่งร้านรถจักรยานยนต์ใน จ.นครปฐม ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้นำมาสู่การตั้งคำถามถึงการเข้าถึงอาวุธปืนในประเทศไทย

การดูแลรักษาปืนระหว่างการใช้งาน

หากท่านเป็นผู้ที่มีปืนในการครอบครองแล้วเกิดสงสัยว่า การดูแลรักษาปืนระหว่างใช้งาน ต้องทำแบบไหนเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเราเองและเพื่อดูแลรักษาให้ถูกวิธี วันนี้เรามีวิธีมาบอก

1. การดูแลรักษาปืนระหว่างการใช้งาน

1.1 ต้องระมัดระวังมิให้ตัวปืนและศูนย์ปืนกระทบถูกสิ่งของที่แข็งแรง เช่น รอก โต๊ะ เสา พื้น ฯลฯ เพราะจะทำให้ปืนคด ศูนย์เคลื่อน หรือกลไกภายในขัดข้อง ซึ่งจะทำให้กลุ่มกระสุนที่ตกเปลี่ยนไป จนถึงเป็นเหตุให้ปืนขัดข้องไม่สามารถใช้ยิงได้

1.2 การอัดลมหรือเปิดช่องบรรจุกระสุน ระวังอย่าให้มีการกระทบกระเทือนต่อศูนย์หน้า และศูนย์หลัง เช่น การใช้มือหรือนิ้วหัวแม่มือเกี่ยวศูนย์หลัง การกดศูนย์หน้าลงกับโต๊ะ ซึ่งจะทำให้ศูนย์เคลื่อน และกลุ่มกระสุน จะเปลี่ยนตำแหน่งไป

1.3 ไม่นำกระสุนที่มิใช้ชนิดและขนาดที่กำหนดให้ใช้กับปืนมาใช้เนื่องจากจะทำให้ภายในลำกล้องปืนเสียหายได้ 1.4 ก่อนการยิงต้องตรวจดูว่าลำกล้องปืนสะอาดไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่

2. การดูแลรักษาปืนอัดลมหลังการใช้งาน

2.1 ถอดศูนย์หลังออก (สำหรับปืนยาวบางกระบอก) 2.2 เช็ดด้วยผ้าสะอาดจนหมดลายนิ้วมือ

2.3ใช้ผ้าชุบน้ำมันเช็ดปืน (ขวดสีขาว) เช็ดส่วนที่รมดำเป็นมันหรือโลหะสีขาว ระวังอย่าให้ถูกส่วนที่เป็นไม้ หรือส่วนที่ทาสีดำ (มิได้รมดำ ไม่เป็นมันเงา)

2.4 สำหรับปืนเก่าที่เริ่มขึ้นสนิมให้ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำมันเช็ดปืนหลายๆครั้งจนไม่มีสีสนิมออกมาสัปดาห์ละครั้ง

2.5 เก็บใส่กระเป๋าทันที่ทำความสะอาดเสร็จ 2.6 สำหรับปืนเก่าควรถอดดูนอตทุกตัวเป็นประจำทุกเดือน

3. การดูแลรักษาปืนดินขับ (ยาวท่านอน, ยาวชาวบ้าน) 3.1 ถอดศูนย์หลังออก เช็ดด้วยผ้าสะอาด แล้วเอาผ้าห่อไว้ (สำหรับปืนยาวท่านอน)

3.2 เช็ดภายในลำกล้องปืนด้วยน้ำยาล้างเขม่า (ขวดสีเหลือง) โดยมีขั้นตอนดังนี้ 3.2.1 ร้อยผ้าขาวบางเล็กๆ 2 ชิ้น เข้ากับเส้นเอ็นที่ผูกปลายข้างหนึ่งไว้

3.2.2 ร้อยเส้นเอ็นเข้ากับลำกล้องปืนโดยร้อยจากด้านหลังไปด้านหน้า โดยเหลือด้านหลัง (ปลายที่มีผ้า) ไว้ยาวประมาณ 10-15 ซ.ม.

3.2.3 ฉีดน้ำยาล้างเขม่าใส่ผ้าขาวบาง ระวังอย่าให้ถูกตัวปืน เพราะจะกัดสีและที่รมดำไว้ 3.2.4 ดึงผ้าผ่านลำกล้องปืนอย่างแรงและเร็ว

3.2.5 เปลี่ยนผ้าใหม่แล้วทำซ้ำจนกระทั่งผ้าที่ออกมาสะอาด

3.3 เคลือบภายในลำกล้องปืนด้วยน้ำยาเคลือบลำกล้องปืน (ขวดสีดำ) ด้วยวิธีเดียวกับน้ำยาล้างเขม่า (ในกรณี ที่ไม่ใช้ปืนต่อเป็นเวลานาน และต้องเช็ดน้ำยาล้างเขม่าปืนด้วยผ้าสะอาดก่อน)

3.4 เช็ดลูกเลื่อนด้วยน้ำยาล้างเขม่า

3.5 เคลือบลูกเลื่อนด้วยน้ำยาเคลือบลำกล้องในกรณีที่ไม่ใช้งานเป็นเวลานาน

3.6 ห่อลูกเลื่อนด้วยผ้าสะอาด แล้วเก็บลงกล่อง

3.7 เช็ดภายนอกลำกล้องด้วยวิธีการเดียวกับปืนสั้นอัดลม 3.8 เก็บปืนใส่กระเป๋าทันทีที่ทำความสะอาดเสร็จ

4. การทำความสะอาดประจำปี (เฉพาะผู้ชำนาญ)

4.1 ถอดลำกล้องและชุดลั่นไกออกจาก สต็อก (พานท้าย+รางปืน)

4.2 เช็ดทำความสะอาดลำกล้องปืนด้านนอกทั้งหมด

4.3 หยอดน้ำมันบริเวณชุดลั่นไก

4.4 ประกอบปืนกลับ และเก็บใส่กระเป๋า