ทำไมตำรวจไทยต้องซื้ออาวุธปืนใช้เอง

ภาพรองเท้านับพันคู่ที่วางเรียงแถวจองคิวจนเต็ม บางคนนอนรออยู่ในแถวรองเท้า บุคคลเหล่านี้คือเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนที่เดินทางมาที่กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ถนนเศรษฐศิริ เพื่อรอรับอาวุธปืนที่สั่งซื้อจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามโครงการจัดหาอาวุธพกประจำกายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อซิก ซาวเออร์ พี 320 เอสพี ขนาด 9 มม. จากประเทศสหรัฐอเมริกา จัดทำขึ้นในสมัย พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจไว้ใช้ปฏิบัติงานและป้องกันชีวิต-ทรัพย์สินของตนเอง

 

“ปืนกระบอกนี้ราคา 23,890 บาท รวมค่าเดินเอกสารทุกอย่าง ถ้าซื้อราคาตลาดก็ราคารวมเกือบ 90,000 บาท” ตำรวจภูธรนายหนึ่งจากจังหวัดร้อยเอ็ดบอกกับ THE STANDARD

 

โครงการนี้ปิดรับจองเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 สั่งซื้อวันสุดท้าย 30 พฤษภาคม 2558 ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย โดยเมื่อชำระเงินแล้วต้องส่งสำเนาการโอนเงินพร้อมใบสั่งซื้อไปยังบริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนโรงงานซิก ซาวเออร์ ประจำประเทศไทย เพื่อออกใบรับเงินและใบรับปืนให้ผู้สั่งซื้อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

ขณะที่เมื่อตรวจสอบไปที่หน้าเว็บไซต์ของบริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด แจ้งว่ามีการเปิดให้ชำระเงินรอบ 2 ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2560

 

นายตำรวจจากจังหวัดร้อยเอ็ดท่านเดิมบอกกับเราว่า ภาพการต่อคิวทุลักทุเลเมื่อวานคือตำรวจที่ชำระเงินรอบ 2 แล้วมารอรับปืน แต่สำหรับคนที่ชำระเงินรอบแรกไปเมื่อปี 2558 สามารถไปรับปืนเพื่อนำมาดำเนินการขึ้นทะเบียนซื้ออาวุธปืน (ป.3) ได้ทันทีที่กรมการปกครอง (วังไชยา)

 

นายตำรวจท่านเดิมเล่าให้เราฟังว่า ตนใช้สิทธิ์วันลาของตัวเองเดินทางจากจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับเพื่อนตำรวจอีก 4 คนเพื่อเป็นตัวแทนมารับอาวุธปืนที่สั่งซื้อไว้รวม 35 กระบอก

 

ส่วนตัวรับราชการตำรวจมาตั้งแต่ปี 2533 ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ดี เพิ่งจะมีปืนพกประจำกายเป็นของตัวเองกระบอกแรกเมื่อปี 2546 เป็นปืนขนาด .38 กู้เงินสหกรณ์ตำรวจมาซื้อ ราคาตอนนั้นอยู่ที่ 40,000 กว่าบาท และปืนกระบอกนั้นคืออาวุธคู่กายมาถึงวันนี้ จนกระทั่งมีโครงการนี้เกิดขึ้นจึงตัดสินใจขอยืมเงินญาติมาซื้อ

 

“เรามันลูกตาสีตาสา เรียนจบติดยศก็ไม่มีเงินซื้อปืนเอง ต้องใช้ปืนหลวง แต่บางคนบ้านเขาพอมีฐานะก็ซื้อปืนใช้เองได้เลย”

 

 

ทำไมต้องซื้อปืนเอง?  เราถาม

 

นายตำรวจจากจังหวัดร้อยเอ็ดอีกท่านตอบแทรกว่า โรงพักก็มีปืนหลวง แต่สภาพเก่าและมีไม่ครบจำนวนตำรวจทั้งโรงพัก ในทางปฏิบัติไม่ค่อยมีใครอยากเบิกปืนหลวงมาใช้ เพราะหากนำของหลวงมาใช้แล้วชำรุดหรือสูญหายจะต้องถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ต้องชดใช้ในราคาเต็ม ตำรวจทุกคนจึงอยากมีปืนไว้เป็นของตัวเองเพื่อความมั่นใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเก็บไว้ให้ลูกให้หลานหรือนำไปขายในยามจำเป็น

 

นายตำรวจสันติบาล จังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาแทรกวงคุยกับเราเสริมถึงเรื่องปืนสวัสดิการซิก ซาวเออร์ ล่าสุดนี้ว่า ข้อเสียของโครงการนี้คือห้ามโอนซื้อขายปืนกระบอกนี้ แต่สามารถเป็นมรดกให้ทายาทกรณีที่เราเสียชีวิตได้เท่านั้น เขาตั้งข้อสังเกตว่าในอนาคต ปืนรุ่นนี้จำนวนหนึ่งอาจกลายสภาพเป็นปืนเถื่อนได้ เนื่องจากห้ามโอนซื้อขาย แต่ในทางปฏิบัติอาจมีนายตำรวจที่ใช้งานไปแล้วไม่ถูกใจ นำไปขายต่อในตลาดมืด เปลี่ยนสภาพจากปืนหลวงไปเป็นปืนเถื่อน เพราะไม่สามารถขายในระบบปกติได้

 


ตำรวจทุกนายไม่จำเป็นต้องมีอาวุธปืน

พันตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้กำกับงานหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยคอมมานโด บอกกับ THE STANDARD ว่าจริงๆ ปืนหลวงนั้นมีให้เบิกใช้ได้ตามสถานีตำรวจหรือโรงพัก จะมีทั้งปืนยาวและปืนสั้น แต่จะเป็นปืนรุ่นเก่าล้าสมัย เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะซื้อปืนมาใช้เอง

 

ถามว่าจะให้จัดสรรอาวุธปืนครบทุกนายคงไม่พอ เพราะตำรวจมีสองแสนกว่าคน และใช่ว่าตำรวจทุกนายจำเป็นต้องใช้ปืน แต่ยืนยันว่าหลวงมีอาวุธปืนให้เบิกใช้ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเสร็จภารกิจก็นำมาเก็บคืน เหมือนในต่างประเทศก็เบิกอาวุธปืนไปใช้ เมื่อเลิกงานก็มาเก็บคืนเข้าตู้ แต่ก็ยอมรับว่าอาวุธปืนของราชการเป็นรุ่นเก่า ในสมัยที่ตนเองรับราชการใหม่ๆ ก็ไม่เบิกปืนหลวงใช้ เพราะกลัวชำรุดสูญหาย กลัวจะถูกตั้งกรรมการสอบวินัย

 

ส่วนตัวเห็นว่าโครงการจัดหาอาวุธปืนซิก ซาวเออร์ พี 320 เอสพี เป็นโครงการที่ดี เพราะเป็นปืนที่ผ่านมาตรฐานกองทัพสหรัฐฯ ที่ผ่านมาตำรวจต้องหาเงินไปซื้อปืนเองในราคาสูง ดังนั้นตำรวจแต่ละนายก็จะใช้ปืนหลากหลาย ซึ่งผิดหลักการปฏิบัติงาน

 

การปฏิบัติงานของตำรวจจะแบ่งเป็นคู่บัดดี้ ดังนั้นการใช้ปืนยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ข้อดีคือเมื่ออีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บก็สามารถโอนแมกกาซีนให้อีกคนใช้ได้ แต่หากใช้ปืนคนละแบบก็จะยากหากเผชิญเหตุ

 

ผู้การคอมมานโดบอกกับเราว่า อาวุธปืนสำหรับตำรวจสามารถส่งเสริมความมั่นใจในการปฏิบัติงานได้ อย่างไรก็ตาม การมีอาวุธปืนที่ดีควบคู่กับการผ่านการฝึกฝนที่ดีก็สามารถช่วยให้ประชาชนปลอดภัย เวลายิงปะทะจะได้ไม่พลาดไปถูกประชาชน ช่วยรักษาชีวิตตำรวจให้กลับไปหาคนที่รักได้ และช่วยลดการวิสามัญคนร้าย สามารถยิงเพื่อหยุดยั้ง ไม่หมายเอาชีวิต

 

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีไหม แต่จากการสอบถามตำรวจหลายนายก็ดูเต็มใจที่จะจ่าย แต่ก็มีบางคนสะท้อนว่าหากปืนหลวงเป็นปืนรุ่นใหม่ พวกเขาก็เต็มใจที่จะใช้ปืนหลวง “ทุกวันนี้หลายคนเกลียดอาชีพตำรวจ แต่อย่างน้อยอยากให้รู้ว่าพวกเราเสียเงินตัวเองเพื่อซื้ออาวุธไว้ปกป้องพวกท่าน”

รวมอาวุธปืนสุดแกร่ง ที่กองทัพไทยเลือกใช้ในการรบ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กองทัพไทย

ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย นั้นการที่จะเสริมสร้างกำลังรบให้แข็งแกร่งคงหนีไม่พ้นกองทัพบกเพราะมีการลงทุนที่น้อยกว่าทัพอื่นๆเพราะประเทศไทยเรายังพึ่งพาตนเองในด้านของเทคโนโลยีได้ไม่ร้อยเปอเซ็นต์ ถึงแม้ปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นมาเองแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน วันนี้เรามาดูอาวุธปืนที่ใช้ประจำการในกองทัพไทยกันครับ

ปืนพก

ปืนพกที่ใช้ในกองทัพไทยนะครับหลักๆมี 3 แบบ

ปืนพกอัตโนมัติ Fabbrica d’Armi Pietro Beretta Beretta 92F (ขนาด 9 x 19 มม.)

ปืนพกอัตโนมัติ Colt/Royal Thai Army Ordnance Department M1911/M1911A1 (ขนาด .45 นิ้ว)

ปืนพกอัตโนมัติ Royal Thai Army Ordnance Department Star Bonifacio Echeverria model M mod (ขนาด .45 นิ้ว)

ปืนลูกซอง

ปืนลูกซอง Remington Arms Remington 870 (ขนาด 12 เกจ) 

ปืนลูกซอง Rossi USA Rossi single shot (ขนาด 12 เกจ)

ปืนเล็ก

เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม ปืนเล็กจะต้องมีความน่าเชื่อถือได้ในระดับสูง เช่นความแม่นยำ ความทนต่อสภาพอากาศ และปืนที่กองทัพบกได้เลือกใช้นั้นถือว่ามีสเปคตรงตามความต้องการถึงแม้จะมีล้าสมัยบ้างแต่ก็ยังใช้ได้ดี

ปืนเล็กสั้น Heckler and Koch HK33K (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กสั้น Colt M16A1 carbine model 653 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Heckler and Koch HK33/HK33A1 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Colt M16A1/A2/A4 (ขนาด 5.56 x 45 มม. รุ่น A1 ทยอยเลิกใช้งาน จัดซื้อรุ่น A4 20,233 กระบอก)
ปืนเล็กยาว Israeli Weapons Industries Tavor TAR-21 (ขนาด 5.56 x 45 มม. มีแผนจัดซื้อ 106,205 กระบอก)
ปืนเล็กยาวซุ่มยิงโบลท์แอ็คชั่น SIG-Sauer SSG 3000 (ขนาด 7.62 x 51 มม.)
ปืนเล็กยาวซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติ Knights Armament SR-25 (ขนาด 7.62 x 51 มม.)

ปืนกล

ปืนกลเบานั้นถือว่ามีประโยชน์มากในการรบเพราะเป็นปืนที่มีอนุภาพรายแรงมีกระสุนบรรจุเยอะและสามารถยิงข่มขวัญข้าศึกได้ทั้งในการเข้าตีและการถอนตัวและการยิงสนับสนุน

ปืนกลเบา Fabrique Nationale Minimi (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนกลเบา Israeli Weapons Industries Negev (ขนาด 5.56 x 45 มม. อยู่ระหว่างรับมอบ 1,545 กระบอก)

เครื่องยิงลูกระเบิด

เครื่องยิงลูกระเบิด US Army Springfield Armory M79 (ขนาด 40 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กยาว Colt M203 (ขนาด 40 มม.)

อาวุธประจำกาย (เฉพาะบางหน่วย)

ปืนพก

ปืนพกประจำกายนี้จะมีเฉพาะบางหน่วยเท่านั้นเพราะบางหน่วยอาจจะภารกิจที่พิเศษกว่าหน่อยทหราราบปกติจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนอาวุธให้มีความสอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

ปืนพกอัตโนมัติ Fabrique Nationale Browning High Power (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนพกอัตโนมัติ Glock GLOCK 17 (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนพกอัตโนมัติ Heckler and Koch P7M8 (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนพกอัตโนมัติ Ceska Zbrojovka Uhersky Brod CZ 75 (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนพกอัตโนมัติ Heckler and Koch P2000 (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนพกอัตโนมัติ SIG-Sauer P226 (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนพกอัตโนมัติ Heckler and Koch USP (ขนาด 9 x 19 มม. และ .45 นิ้ว)

ปืนเล็ก

ปืนเล็กในที่นี้จะเป็นปืนสำหรับหน่วยรบพิเศษหรือหน่วยที่ทำการรบนอกแบบนั้นเองจะสังเกตุได้ว่าปืนเล็กนั้นจะมีความสั้นกระทัดรัดคล่องตัวเหมาะแก่การทำภารกิจพิเศ

ปืนเล็กสั้น Colt M4/M4A1 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Israeli Weapons Industries Galil (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Singapore Technologies Kinetics SAR-21 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Heckler and Koch G-36E (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Steyr Mannlicher Steyr AUG (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
ปืนเล็กยาว Izhevsk Mechanical Works Kalashnikov AK-47/AKS-47 (ขนาด 7.62 x 39 มม.)
ปืนเล็กยาวซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติ US Army Springfield Armory M14 (ขนาด 7.62 x 51 มม.)
ปืนเล็กยาวซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติ Israeli Weapons Industries Galil Sniper (Galatz) (ขนาด 7.62 x 51 มม.)

ปืนกล 

 สำหรับ MP-5 และ P-90นั้นก็จัดว่าเป็นปืนกลเช่นกันแต่จะเรียกว่าปืนกลมือเพราะมีขนาดที่เล็กกระทัดรัดและมีความคล่องตัวสูงจะแตกต่างจากปืนกลเบาที่มีความหนักและมีลูกกระสุนที่ใหญ่

ปืนกลมือ Heckler and Koch MP-5/MP-5K/MP-5SD (ขนาด 9 x 19 มม.)
ปืนกลมือ Fabrique Nationale P90 (ขนาด 5.7 x 28 มม.)
ปืนกลเบา Singapore Technologies Kinetics Altimax 100 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)

เครื่องยิงลูกระเบิด

ไม่ว่าจะใช้ยิงสนันสนุนหรือการยิงเพื่อหวังผลก็มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม

เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กยาว Heckler and Koch M320 (ขนาด 40 มม.)

อาวุธประจำหน่วยทหารราบ

สำหรับปืนประจำหน่วยนั้นจะมีพลังทำลายล้างที่รุนแรกกว่าปืนเล็กประจำการมากเพราะเป็นปืนที่ใช้ในการสนับสนุนหน่วยทหารราบและทหารราบไม่สามารถที่จะนำอาวุธประจำหน่วยไปได้ด้วยเพียงคนเดียวจะต้องมีพลปืนมากกว่า1คนขึ้นไป

ปืนกล 

ปืนกลในที่จะกล่าวถึงนั้นไม่ใช้ปืนกลเบาอย่างที่ผ่านๆมาเพราะปืนกล M60 นั้นมีอำนาจการทำลายล้างที่รุนแรงมากและต้องใช้พลประจำปืนถึง4คนในการรบแต่บางกระบอกเช่น M2HB นั้นหนักมากจนทหารรายไม่สามารถนำไปได้เลยต้องใช้การติดตั้งบนรถแท่นและปืนกลนี้มีประโยชน์มากไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับหรือการบุกเข้ายึดที่หมายถ้ามีการยิงสนันสนุนจากปืนในโหมดนี้ละก็รับรองข้าศึกแทนจะไม่ต้องเงยหัวขึ้นมายิงตอบโดต้เลยทีเดียว

ปืนกลกลาง U.S. Ordnance M60 (ขนาด 7.62 x 51 มม.)
ปืนกลกลาง Fabrique Nationale MAG 58 (ขนาด 7.62 x 51 มม.)
ปืนกลหนัก U.S. Ordnance M2/M2HB (ขนาด 12.7 x 99 มม.)

เครื่องยิงลูกระเบิด

เครื่องยิงลูกระเบิดนั้นถ้าพูดกันจริงๆมันก็คล้ายๆกับ ป. สนามนั้นเองเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าและสามารถนำติดตัวไปด้วยแบบ ค.60 มม. แต่ถ้าใหญ่ขึ้นไปก็ต้องใช้รถลากไปเป็นอาวุธที่ใช้ยิงสนับสนุนในการรบเช่นเดียวกับ ป. สนาม หรือจะใช้ยิงก่อนเข้าตีเพื่อเครีลย์ที่หมายก็ได้เช่นกัน

เครื่องยิงลูกระเบิด US Army M2 (ขนาด 60 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด US Army M19 (ขนาด 60 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด Thailand MoD Weapon Production Center M121A1/A2 (ขนาด 60 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด Thailand MoD Weapon Production Center M121A3 Commando (ขนาด 60 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด US Army M1 (ขนาด 81 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด US Army M29 (ขนาด 81 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด Thailand MoD Weapon Production Center M221A2 (ขนาด 81 มม.)
เครื่องยิงลูกระเบิด Thailand MoD Weapon Production Center M132A1 (ขนาด 120 มม.)